ตำรวจตื่นทึ้งโรงพัก สาวใหญ่หิ้วน้ำมันราดตัวเตรียมจุดไฟเผาหน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองกระบี่ อ้างเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับแจ้งความคู่กรณีบุกรุกขุดที่ดินหน้าบ้าน โชคดีเจ้าหน้าที่เข้าไปแย่งไว้ได้ แต่โดนสาดน้ำมันใส่หน้าบาดเจ็บ
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีหญิงสาวรายหนึ่งทราบชื่อ น.ส.เสน่ห์จันทร์ จันทร์เกิด อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 134 หมู่ 2 ต.ทับปริก อ.เมือง จ.กระบี่ พร้อมด้วยแฟนหนุ่มต่างชาติ ได้เดินทางไปที่ สภ.เมืองกระบี่ เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวน แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อคู่กรณีในข้อหานำรถแบ๊กโฮเข้าขุดหน้าดินภายในเขตที่ดินของตน ซึ่งมีปัญหากันมานานตั้งแต่ปีที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าพนักงานสอบสวนติดงานคดีอยู่ จึงต้องไปนั่งรอคิวอยู่ด้านหน้าที่นั่งพักด้านหน้าสถานี ผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง จนกระทั่งถึงคิวของ น.ส.เสน่ห์จันทร์ จึงได้เดินเข้าไป พนักงานสอบสวนคือ พ.ต.ท.ชาติชาย นาคปักษี ซึ่งปฏิบัติหน้าที่สารวัตรเวรสอบสวน
โดย พ.ต.ท.ชาติชายได้สอบถามว่ามาแจ้งความเรื่องอะไร มีเอกสารอะไรมาบ้าง พร้อมขอดูบัตรประชาชนของ น.ส.เสน่ห์จันทร์ แต่ น.ส.เสน่ห์จันทร์ก็ได้ลุกเดินออกมา จากนั้นก็ได้ไปขอกุญแจรถยนต์จากแฟนหนุ่มต่างชาติแล้วขับรถออกไปประมาณ 10 นาที และกลับมาอีกครั้งพร้อมกับแกลลอนน้ำมัน 2 ใบ พร้อมกล่าวว่า เดี๋ยวจะเผาตัวเองให้ดู ในเมื่อเจ้าหน้าที่ไม่รับแจ้งความ จากนั้นก็ได้เปิดฝาแกลลอนแล้วก็ยกขึ้นราดตัวเองจนเปียกทั้งตัว ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.ชาติชายพร้อมด้วยแฟนหนุ่มของ น.ส.เสน่ห์จันทร์ก็ออกมาเห็นพอดี จึงได้เข้าไปแย่งแกลลอนน้ำมันออกมา เจ้าหน้าที่จึงให้แฟนหนุ่มนำตัวไปสงบสติอารมณ์ แต่หลังจากนั้น น.ส.เสน่ห์จันทร์ก็ออกมาโวยวายอีก พร้อมอ้างว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยอมรับแจ้งความ ไม่ทำอะไรเลย และด่าด้วยถ้อยคำรุนแรง พร้อมกล่าวว่าเดินทางมาแจ้งความหลายครั้งแล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่ไม่ให้ความเป็นธรรมทำให้ตนเกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก
พ.ต.ท.ชาติชายเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ น.ส.เสน่ห์จันทร์ได้เข้ามาแจ้งความเพื่อต้องการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุมตัวนายสมมุ่ง ทิพย์มงคล ซึ่งได้ให้คนงานเข้าไปขุดดินที่บริเวณในพื้นที่หมู่ 8 ต.ทับปริก อ.เมืองกระบี่ ในข้อหาบุกรุกที่ดิน ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเข้าไปทำการการตรวจสอบและรังวัดแนวเขตแล้ว ในเบื้องต้นว่านายสมมุ่งมีเอกสารสิทธิในที่ดินที่กำลังขุดหน้าดินอยู่ ขณะที่ น.ส.เสน่ห์จันทร์อ้างว่ามีการบุกรุกที่ดินที่ซื้อมา แต่เป็นที่ดิน ภบท.5 เนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ ซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิอื่นมายืนยัน ตนจึงต้องขอให้ น.ส.เสน่ห์จันทร์ไปเอาเอกสารสิทธิมาแสดงด้วย เพราะถ้าเจ้าหน้าที่ไม่มีหลักฐานทางราชการก็ไม่สามารถไปจับกุมดำเนินคดีได้ แต่กลับทำให้ น.ส.เสน่ห์จันทร์ไม่พอใจ ซึ่งตนก็ไม่คาดคิดว่าจะไปเอาน้ำมันมาราดตัวเอง โชคดีตนเดินตามออกมาเห็นจึงได้เข้าไปแย่งไว้ได้ แต่ก็พลาดท่าโดน น.ส.เสน่ห์จันทร์สาดน้ำมันใส่หน้าจนเข้าตา ต้องล้างน้ำเปล่า ล่าสุด น.สเสน่ห์จันทร์ก็เดินทางกลับแล้ว ขณะนี้ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบเพื่อดำเนินการต่อไป

