รองโฆษกตร. ลั่น ต้องมีคนรับผิดชอบ ‘คดีหญิงไก่’ แจ้งจับสาวใช้ หากพงส.บกพร่อง เหยื่อฟ้องร้องได้

1.07.16 | 12:37 น.
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณี น.ส.ประภาวรรณ ใจกล้า หรือน้องก้อย อายุ 19 ปี นักศึกษา ชั้นปีที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังถูกนายจ้าง ชื่อ หญิงไก่ (สงวนชื่อและนามสกุลจริง) แจ้งความดำเนินคดีกับบิดาและมารดาของน้องก้อย ในข้อหาลักทรัพย์ โดยอ้างว่ามีทรัพย์หายไปกว่า 11 รายการ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ว่า เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่านายจ้างรายดังกล่าวมีชนชั้นบรรดาศักดิ์ถึงระดับคุณหญิงจริงหรือไม่ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนตั้งข้อหาแจ้งความอันเป็นเท็จไว้ก่อน ส่วนข้อหาอื่นๆ ต้องรอรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมทั้งมีการตรวจสอบประวัติของนายจ้างรายดังกล่าวด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตำรวจเอาหลักฐานอะไรไปกล่าวหาถึงทำให้ผู้บริสุทธิ์ถูกจำคุก และกรณีแบบนี้ถือเป็นความบกพร่องของพนักงานสอบสวนหรือไม่ พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า คงต้องไปดูรายละเอียดว่าพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาบนพื้นฐานอะไร และอะไรเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนสั่งฟ้องผู้ต้องหา ถ้าพนักงานสอบสวนมีความบกพร่อง ต้องดูว่าสำนวนมีความบกพร่องตรงจุดไหน อย่างไร หากรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม มีสิทธิฟ้องกลับได้อยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีกฎหมายที่เยียวยาผู้เสียหายด้วย ไม่ต้องห่วงเพราะถ้ามีความบกพร่องต้องมีคนรับผิดชอบ

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวต่อว่า กระบวนการสอบสวนของไทยเป็นระบบกล่าวหา การกล่าวหาผู้หนึ่งผู้ใด เจ้าหน้าที่จะต้องรวบรวมพยานหลักฐาน บางครั้งผู้มาแจ้งความร้องทุกข์อาจจะไม่พูดเรื่องจริงทั้งหมดทำให้เป็นอุปสรรคในการสอบสวน คดีลักษณะนี้เกิดขึ้นจำนวนมากในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ในการรวบรวมหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความผิดของผู้ต้องหานั้นเป็นดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน ว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้องก็ได้ บางครั้งสั่งฟ้องแล้วพนักงานอัยการเห็นว่าพยานหลักฐานไม่มีน้ำหนักสั่งให้สอบเพิ่มก็มี ตรงนี้เป็นอำนาจที่ถ่วงดุลกันอยู่แล้ว โดยส่วนตัวคดีนี้ไม่อยากให้มองว่าเป็นความผิดพลาดของพนักงานสอบสวน ถ้าเหยื่อรายอื่นๆ รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการดำเนินคดีให้มาแจ้งความกับพนักงานสอบสวนได้ เรื่องดังกล่าว พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ไม่ได้นิ่งนอนใจอยู่แล้ว