เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม เรือโทสมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า สำนักงานอัยการสูงสุดขอแสดงความยินดีที่ประเทศไทยได้รับการปรับสถานะให้อยู่ในเทียร์ 2 ตามรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี ค.ศ. 2016 ของกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา อันเป็นผลจากการร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งของทุกภาคส่วนของประเทศไทยรวมถึงทุกหน่วยงานของสำนักงานอัยการสูงสุดได้ดำเนินการตามภาระหน้าที่ ประสานความร่วมมือให้ข้อมูลความคืบหน้าการดำเนินคดี สถิติคดี และการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาด้านการค้ามนุษย์ของประเทศไทย จนเป็นผลให้ประเทศไทยได้รับการปรับอันดับดังกล่าว
รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี ค.ศ. 2016 ได้ระบุถึง การจัดให้มีหน่วยงานเฉพาะ คือสำนักงานคดีค้ามนุษย์ สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อตอบสนองความจำเป็นที่ต้องมีพนักงานอัยการซึ่งมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการดำเนินคดีค้ามนุษย์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและการบังคับใช้กฎหมายและยังกล่าวถึงความคืบหน้าการฟ้องร้องดำเนินคดีในคดีโรฮีนจา เกาะอัมบล และเบนจินา มีการยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดจำนวนหลายราย รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วย คดีกันตรังมีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดรวมถึงผู้ประกอบการด้วย และการดำเนินคดีกับอดีตเจ้าอาวาส กรณีล่วงละเมิดทางเพศเด็กอายุ 7 ปี โดยศาลพิพากษาลงโทษจำคุกถึง 50 ปี เป็นต้น นอกจากนี้สำนักงานอัยการสูงสุดยังได้จัดให้มีการอบรมพนักงานอัยการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมพร้อมในการดำเนินคดีอย่างเที่ยงธรรมและรวดเร็ว
“สำนักงานอัยการสูงสุดขอยืนยันว่า จะรักษามาตรฐานการดำเนินคดีอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย โดยยึดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างถูกต้อง ต่อเนื่อง รวดเร็ว เป็นธรรมกับทุกฝ่ายเพื่อให้มีการปรับสถานะให้ดียิ่งขึ้นไป”เรือโทสมนึกกล่าว

