อธิบดีราชทัณฑ์ แจงไล่ออก-ดำเนินคดีอาญา อดีตผู้คุมจำ ลักลอบนำมือถือขายนักโทษ

19.02.20 | 17:06 น.

ราชทัณฑ์-เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) จับกุมนายสมเกียรติ สว่างไสว อายุ 64 ปี อดีตผู้คุมเรือนจำลักลอบนำโทรศัพท์มือถือเข้าไปขายให้นักโทษว่า ผู้ต้องหารายดังกล่าวเป็นอดีตผู้กลุ่มเรือนจำมีนบุรีที่ถูกไล่ออกจากราชการไปตั้งแต่ปี 2554 เนื่องจากในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 08.10 น. นายสมเกียรติถูกตรวจค้นพบว่าแอบซุกซ่อนนำโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง พร้อมซิมการ์ด 2 ชิ้น เข้าไปในเรือนจำเพื่อขายให้กับผู้ต้องขัง โดยระหว่างการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรมราชทัณฑ์ได้สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค.54 จากนั้นในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการสามัญประจำกรมราชทัณฑ์ (อ.กพ.)กรม เมื่อวันที่ 30 ส.ค.54 มีมติ ไล่ออกจากราชการพร้อมดำเนินคดีอาญา อัยการยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและ ประพฤติมิชอบกลาง แต่นายสมเกียรติหลบหนี ศาลจึงได้ออกหมายจับ กระทั่งถูกตำรวจจับกุมตัวได้ในวันที่ 17 ก.พ.62 กรณีของนายสมเกียรติจึงไม่ใช่การเกษียณอายุราชการในปี 58 แต่ได้ถูกไล่ออกจากราชการและดำเนินคดีอาญาตั้งแต่ปี 54

ด้านพ.ต.ท.งามพล บุญลิ่มเต็ง ผอ.กองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 1 กล่าวว่า คดีนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ท.) ได้ตั้งอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงและพฤติกรรมของนายสมเกียรติแล้ว จึงมีมติชี้มูลความผิดตามมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต จากนั้นได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งให้พนักงานอัยการเพื่อดำเนินการสั่งฟ้อง ต่อมาอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้อนุมัติหมายจับลงวันที่ 22 พ.ย.62 จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวมาฟ้องคดี โดยเจ้าหน้าที่สืบทราบว่านายสมเกียรติน่าจะอยู่ที่บ้านพักใน ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงเข้าจับกุมตัวได้ที่หน้าบ้านพักเมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา ก่อนนำตัวไปยื่นฟ้องที่ศาลอาญาฯ ในวันเดียวกัน