เจ็บใจ! เจ้าของฟาร์มหมูร้อง ถูกโจรหลอกซื้อ พร้อมเชิดหมูหนีลอยนวล

20.02.20 | 10:25 น.

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 นายพงษ์ศักดิ์ ราชาประจันทร์ อายุ 33 ปี เจ้าของบริษัท สาม ก.รุ่งเรืองฟาร์ม จำกัด ชาว อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช นำผู้สื่อข่าวไปที่บ้านเลขที่ 28/2 หมู่ 4 ต.ท่างิ้ว อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ซึ่งเป็นจุดพักหมู และจุดนัดส่งมอบหมูเป็นบ้านของนางเคียง แสงสวัสดิ์ อายุ 52 ปี เจ้าของฟาร์ม/คอก หมู โดยเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ คนงานของบริษัทได้บรรทุกหมูจำนวน 26 ตัว ที่บริษัทรวบรวมได้จากสมาชิกที่เลี้ยงในพื้นที่จังหวัดตรัง นำมาส่งมอบให้กับนายแทน (คนร้ายใช้อ้างในการโทรศัพท์สั่งซื้อ) โดยนัดหมายให้ไปส่งที่บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งทางคนงานเข้าใจว่าเป็นบ้านของนายแทน

ทั้งนี้ นายแทนออกอุบายให้คนงานเร่งนำหมูจำนวน 12 ตัว ขึ้นรถกระบะอีก ให้เหตุผลว่าจะเร่งนำไปส่งให้กับลูกค้าบ้านใกล้ๆ ที่รีบและรอรับหมูอย่างเร่งด่วน ส่วนที่เหลือให้เอาไปลงขังไว้ในคอกหลังบ้าน ทำให้คนงานหลงเชื่อ เพราะคิดว่าเป็นบ้านของนายแทนจึงรีบเคลื่อนย้ายหมูจากกระบะของบริษัทจำนวน 12 ตัว ขึ้นรถกระบะไป


นายสมพงษ์ บัวทอง อายุ 24 ปี คนขับรถส่งหมูของบริษัท กล่าวว่า ตนเองกับเพื่อนนำหมูมาส่ง โดยคนร้ายนัดพบกันที่หน้าโรงพยาบาลห้วยยอด จากนั้นเขาก็ขับนำมาที่บ้านหลังนี้ ซึ่งตนเข้าใจว่าเป็นบ้านของคนร้ายเอง เมื่อมาถึง ขณะจอดรถหน้าบ้าน คนร้ายลงจากรถแล้วบอกให้ตนเองและเพื่อนช่วยนำหมูขึ้นรถกระบะ (ของคนร้าย) จำนวน 12 ตัวก่อน เพราะลูกค้าเร่งจะรีบเอาก่อน 12 ตัว บ้านก็อยู่ใกล้ๆ ส่งเสร็จจะรีบกลับมาและเอาเงินให้ด้วย ส่วนหมูที่เหลือให้เอาไปลงไว้ในคอกหลังบ้านตนจึงหลงเชื่อเพราะคิดว่าเป็นบ้านคนร้าย แต่เมื่อพวกตนเองเอาหมูที่เหลืออีก 14 ตัว ไปลงที่คอกขังไว้ และระหว่างนั่งรอก็ได้พูดคุยกับป้าเจ้าของคอกหมู

แต่ปรากฏว่าคนร้ายหายไปนานผิดปกติ จึงโทรตาม ปรากฏว่าคนร้ายปิดมือถือ จึงเอะใจ จึงสอบถามขอเบอร์โทรศัพท์ใหม่จากป้าเจ้าของคอกหมู เพราะเข้าใจว่าเป็นลูกชายป้า แต่สุดท้ายก็ทราบว่าไม่ใช่ลูกป้าและป้าก็ไม่รู้จัก โดยคนร้ายได้โทรศัพท์มาติดต่อและนำเงินมาให้ป้าเจ้าของคอกหมู จำนวน 2,000 บาท เพื่อขอลงหมูฝากไว้เท่านั้น จึงรู้ว่าถูกหลอกแล้ว จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยคนร้ายผิวคล้ำ ส่วนสูงประมาณ 160 -170 ซม.ใช้ผ้าขาวม้าคาดศีรษะ ใช้รถกระบะโตโยต้า วีโก้ ตอนเดียว สีบรอนซ์ ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน แต่ทั้งนี้ เชื่อว่าคนร้ายต้องทำเป็นขบวนการ

ด้านนายพงษ์ศักดิ์ ราชาประจันทร์ เจ้าของบริษัท กล่าวว่า เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ตนเองได้รับโทรศัพท์ผ่านมือถือจากนายแทน โทรขอสั่งซื้อหมูตนเองจำนวน 30 ตัว ตนเองไม่เคยรู้จัก และไม่คุ้นเบอร์มือถือ จึงถามไปว่าได้เบอร์ตนเองมาจากไหน คนร้ายบอกว่าได้มาจากนายบอย บ้านอยู่เคียนซา ซึ่งตนเองก็ยอมรับว่ารู้จัก เพราะซื้อขายหมูกันอยู่ ตนเองก็ถามกลับไปอีกว่า แล้วก่อนหน้านี้รับหมูจากใครอีก นายแทนก็บอกว่ารับจากพี่พร ที่ จ.พัทลุง ตนเองก็บอกว่ารู้จัก จึงถามเรื่องราคา และถามเรื่องการจ่ายเงินว่าจ่ายแบบไหนอย่างไร

Advertisement

คนร้ายก็บอกว่าจ่ายโดยการโอนเข้าบัญชี หรือจ่ายเงินสดก็ได้ ตนเองก็ถามว่าแล้วมีไลน์หรือไม่จะได้ติดต่อกันผ่านไลน์ คนร้ายก็บอกว่าไม่มีไลน์ ซึ่งตนก็รู้สึกเอะใจเล็กน้อยว่า โอนเงินอย่างไรเมื่อไม่มีไลน์ส่วนตัว จึงบอกไปว่างั้นขอเก็บเงินสดปลายทางตอนไปส่ง คนร้ายก็ตกลง และบอกว่าขอสั่งซื้อจำนวน 30 ตัว ให้ไปที่บ้านที่ ต.ท่างิ้ว อ.ห้วยยอด

“ผมจึงบอกว่าส่งได้แค่ 26 ตัว จึงนัดแนะสถานที่กันเรียบร้อย จากนั้นตนเองก็โทรไปสั่งลูกน้องคนส่งหมูให้ไปรับหมูจากสมาชิกแล้วนำไปส่งตามจุดนัดดังกล่าว พร้อมกำชับลูกน้องหากเป็นการโอนเงินผ่านบัญชี ให้ตรวจสอบสลิปเงินการโอนให้ดี และส่งมาให้ตนตรวจเช็กด้วย หรือหากจ่ายเป็นเงินสดก็ให้ตรวจนับเงินให้ถูกต้อง จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์ขึ้น ซึ่งผมเองก็เชื่อว่าคนร้ายน่าจะทำเป็นขบวนการ และใจร้ายมาก ไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับผม พร้อมขอให้ตำรวจเร่งจับคนร้ายให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุกับคนอื่นอีก หรือหากมีเกษตรกรรายใดเคยตกเป็นเหยื่อในลักษณะนี้ขอให้เข้าแจ้งความตำรวจเพิ่มเติม เพื่อจะได้เป็นเบาะแสให้ตำรวจช่วยติดตามคนร้าย พร้อมตั้งรางวัลนำจับหากมีประชาชนแจ้งเบาะแสคนร้ายจนนำไปสู่การจับกุมคนร้ายได้ ตนเองจะมอบเงินเป็นรางวัลนำจับให้จำนวน 20,000 บาท”

ด้านนางเคียง แสงสวัสดิ์ เจ้าของฟาร์ม/คอกหมู ที่คนร้ายหลอกขอเช่าคอก เพื่อก่อเหตุดังกล่าว กล่าวว่า ก่อนวันเกิดเหตุประมาณ 2-3 วัน ตนเองได้รับโทรศัพท์จากผู้ชายคนหนึ่งโทรมาถามว่า พื้นที่คอกหมูตนเองว่างหรือไม่ จะขอเช่าลงหมู ตนเองก็บอกไปว่า มีว่าง หากฝากแค่ 1-2 วัน ได้ แต่ฝากมากกว่านั้นไม่ได้ ผู้ชายคนนั้นก็ตกลง โดยบอกว่าจะจ่ายตนเอง 2,000 บาท ซึ่งตนก็ไม่ได้ติดใจอะไร และไม่ได้สงสัยว่าคนร้ายเอาเบอร์ของตนมาจากไหน เพราะตนเป็นแม่ค้า มีฟาร์มเลี้ยงหมูขาย ลูกค้าทุกคนก็จะมีเบอร์ติดต่อตนเอง ซึ่งคนร้ายสามารถไปถามหาจากแผงขายหมูก็ได้ หากจะเอาเบอร์เจ้าของฟาร์ม หรือเจ้าของคอกหมู เพื่อจะสั่งหมู

จนกระทั่งวันเกิดเหตุในตอนเช้ามีผู้ชายคนหนึ่งมาที่บ้าน แต่พบหลานตนและให้เงินตามที่ตกลงไว้ จำนวน 2,000 บาท ซึ่งตนเองยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำของคนร้าย และไม่เคยรู้จักคนร้ายมาก่อน และในวันเกิดเหตุพอทราบความจริง ตนเองก็รีบหาเบาะแสคนร้าย ช่วยสืบหากับพ่อค้า แม่ค้าเขียงหมูที่เป็นลูกค้าทุกราย แต่ไม่มีใครรู้จัก และยินดีจะช่วยติดตามคนร้ายให้ได้ ทั้งนี้ ตนเองเลี้ยงหมูมากว่า 10 ปีแล้ว ก็ไม่เคยมีใครมาเช่าคอกเพื่อลงหมูในลักษณะนี้แต่อย่างใด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน