คลิป แถลงจับมือปาดคอครูสาว หวังลักทรัพย์ พบประตูไม่ล็อกกะข่มขืนแต่สะดุดสายไฟ ครูร้องจึงฆ่าทิ้ง

4.07.16 | 12:15 น.

https://youtu.be/iXKV8x8fw0s

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 กรกฎาคม ที่ห้องประชุมกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รอง ผบช. พ.ต.อ.ไพโรจน์ ตรีโสภณ ผกก.สภ. แก่งคอย จ.สระบุรี ร่วมแถลงจับกุมนายชาตรี ร่วมสูงเนิน อายุ 27 ปี บ้านเลขที่ 56 หมู่ 7 ต.ท่าคล้อ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี อาชีพพนักงานโรงงานปูน และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสระบุรี ที่ 316/2559 ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พร้อมของกลางมีดยาว 5-6 นิ้ว จำนวน 1 เล่ม เสื้อที่ใช้ก่อเหตุ 1 ตัว หลังก่อเหตุฆ่าปาดคอ น.ส.จุฬารัตน์ โทวรรณา หรืออิ๋ว อายุ 27 ปี ครูอัตราจ้างโรงเรียนแสงวิทยา สอนชั้น ป.5 เหตุเกิดเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา

พล.ต.ท.ชัยวัฒน์กล่าวว่า สืบเนื่องจากเวลา 10.30 น. วันที่ 2 กรกฎาคม พนักงานสอบสวน สภ.แก่งคอย รับแจ้งพบศพ น.ส.จุฬารัตน์ถูกฆ่า เสื้อนอนถูกถลกขึ้นมีผ้าคลุมถึงหน้าอก โดยลำคอมีบาดแผลฉกรรจ์ถูกของมีคมปาดเกือบขาด มือซ้ายมีบาดแผลยาว 2-3 นิ้ว ข้างศพพบมีดยาวประมาณ 5-6 นิ้ว วางจมกองเลือด ภายในบ้านเช่าเลขที่ 17/5 ถ.สุดบรรทัด ซอย 6 ต.แก่งคอย อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อตรวจสอบพบว่าที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียวหันหน้าเข้าหากัน จำนวน 10 ห้อง มีรั้วรอบขอบชิด เมื่อตรวจสอบพฤติการณ์เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนรู้จักและอยู่ในละแวกใกล้เคียงที่เกิดเหตุ จึงตรวจสอบประวัติผู้อยู่อาศัยบ้านเช่าดังกล่าวย้อนหลัง จนพบว่านายชาตรีเคยข่มขืนภรรยาเพื่อน เมื่อปี 2556 ก่อนจะถูกตัดสินจำคุก 1 ปี 8 เดือน และเพิ่งพ้นโทษมาเมื่อเดือนสิงหาคม 2558 ที่ผ่านมา ตำรวจจึงให้นายอาร์ม (สาวประเภท 2) ซึ่งเป็นแฟนของนายชาตรีติดต่อให้กลับมายังบ้านเช่าดังกล่าว เมื่อพบตัวนายชาตรี ตำรวจสังเกตพบว่าหลังมือซ้ายมีบาดแผลคล้ายมีดบาดและเลือดยังไหลไม่หยุด ประกอบกับเมื่อสอบปากคำพบพิรุธ โดยนายชาตรีอ้างว่าแผลดังกล่าวเกิดจากห้างร้านตกใส่ แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เค้นสอบอย่างหนัก กระทั่งรับสารภาพ จึงจับกุมตัวไว้ อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญมาก เนื่องจากเหตุเกิดจากคนใกล้ตัว บ้านใกล้เรือนเคียง โดยปกติบ้านเช่าดังกล่าวนั้นจะมีแต่พวกครูที่ทำงานที่เดียวกันอาศัยอยู่ จึงรู้จักกันดี มีเพียงไม่กี่ห้องที่มีคนนอกอยู่ โดยจากการสอบถาม ทราบว่าในวันเกิดเหตุช่วงหัวค่ำ มีเพื่อนครูมาร่วมรับประทานอาหารที่ห้องของผู้ตายและยังชวนนายชาตรีร่วมรับประทานอาหารด้วย แต่นายชาตรีปฏิเสธ โดยไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้น อย่างไรก็ตาม อยู่ระหว่างรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อความชัดเจนทางคดีต่อไป

ด้านนายชาตรีรับสารภาพว่า บ้านเช่าหลังที่อยู่เดิมนั้น นายอาร์มเช่าเพียงคนเดียว ก่อนที่ตนจะมาขออาศัยและขอช่วยหารค่าห้อง ซึ่งอยู่ด้วยกันประมาณ 6 เดือน และตนก็ได้รู้จักกับผู้ตายได้ 4 เดือน โดยทุกครั้งที่เจอ ก็จะทักทายพูดคุยกันเสมอ เนื่องจากผู้ตายเป็นคนอัธยาศัยดี จึงเริ่มรู้สึกชอบผู้ตาย โดยวันเกิดเหตุประมาณ 22.00 น.ตนออกไปซื้อของข้างนอก และเครียดที่เงินเดือนยังไม่ออก เมื่อเดินผ่านห้องผู้ตายพบว่าประตูไม้หน้าห้องเปิดอ้าอยู่ เหลือเพียงประตูเหล็กที่มีมุ้งลวดติดอยู่ จึงลองผลักเข้าไป หวังจะลักทรัพย์ ปรากฏว่าไม่ได้ล็อก จึงเดินเข้าไปภายในเพื่อหวังจะข่มขืน แต่กลับสะดุดสายไฟทำให้ผู้ตายรู้ตัว สะดุ้งตื่น และร้องกรี๊ดให้คนช่วย ตนหันไปเห็นมีดวางอยู่บนชั้นวางของ จึงวิ่งไปหยิบก่อนจะนำมาปาดคอผู้ตายจนแน่นิ่งไป

นายชาตรีกล่าวอีกว่า หลังจากนั้นจึงเดินออกจากห้องผู้ตายทางประตูหน้า และเดินอ้อมไปเข้าห้องเช่าตัวเองทางประตูหลัง เพื่ออาบน้ำชำระคราบเลือดที่ติดอยู่ ซึ่งเพิ่งเห็นว่ามีบาดแผลที่มือและเลือดไหลไม่หยุด จึงนำเสื้อตัวที่ใส่ก่อเหตุพันไว้ จากนั้นก็นอนหลับ และรุ่งเช้าก็ไปทำงานตามปกติ ก่อนจะได้รับการติดต่อจากแฟนให้กลับมาที่ห้องและพบกับตำรวจ ทั้งนี้ ยืนยันว่าตนยังไม่ได้ข่มขืนผู้ตาย แต่ที่เสื้อนอนถลกขึ้นนั้นเกิดจากขณะต่อสู้ และอยากจะขอโทษผู้ตายและครอบครัวผู้ตายกับสิ่งที่ทำลงไป ที่ตนใช้ชีวิตปกติเพราะคิดว่าจะไปมอบตัวภายหลัง

Advertisement

เบื้องต้นตำรวจนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แก่งคอย ดำเนินคดีตามกฎหมาย ในส่วนของการทำแผนประกอบคำรับสารภาพนั้น มอบให้ พล.ต.ต.ธิติ แสงสว่าง ผบก.ภ.จว.สระบุรี เป็นผู้ประเมินสถานการณ์ เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของผู้ต้องหา