บิ๊กตร.ฟันธงเป็นไปไม่ได้ หลังบุกคอนโดประชานิเวศน์ จำลองเหตุการณ์ครอบครัวสาวใช้ลักทรัพย์”หญิงไก่” (มีคลิป)

4.07.16 | 13:15 น.

ก.2เมื่อเวลา13.00น. วันที่่ 4 กรกฎาคม ที่คอนโดฯบ้านประชานิเวศน์1 ถนนเทศบาลนิมิตรเหนือ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผบก.ป. พ.ต.ต.ธนวัฒน์ หลีพงษ์ สว.(สอบสวน)กก.1บก.ป. พร้อมพนักงานสอบสวน กก.1บก.ป. และพนักงานสอบสวนสน.ประชาชื่น เดินทางมาถึง เพื่อตรวจสอบ และจำลองเหตุการณ์วันเกิดเหตุที่นายชูเกียรติ ใจกล้า และนางประภาพร ทองเฟื้อง และนางสาวประภาวรรณ ใจกล้า หรือน้องก้อยถูกแจ้งข้อหาลักทรัพย์นายจ้างเพื่อประกอบสำนวนคดี

พล.ต.ต.เจริญ กล่าวว่า ได้รับการประสานจากพ.ต.อ.ชาคริตว่าจะเข้ามาจำลองเหตุการณ์ตามหลักฐานกล้องวงจรปิดที่อดีตนายจ้างนำมาเปิดเผย พร้อมระบุว่าน้องก้อยและครอบครัวลักทรัพย์ของมีค่าไป โดยจะตรวจสอบและจำลองเหตุการณ์ตั้งแต่หน้าลิฟท์มายังประตูห้องที่เกิดเหตุ ก่อนจะกลับมายังลิฟต์อีกครั้ง ว่ามีพิรุธ หรือใช้ระยะเวลาเท่าใด ตรงกับกล้องวงจรปิดหรือไม่ ทั้งนี้เมื่อครั้งที่นางไก่มาแจ้งความดำเนินคดีกับลูกจ้างนั้น ใช้ชื่อจริงในการแจ้งว่านางมณตา หยกรัตนกาญ

พล.ต.ต.เจริญ กล่าวอีกว่า ในส่วนของคดีที่นางไก่มาร้องทุกข์แจ้งดำเนินคดีกับอดีตลูกจ้างนั้น ตรวจสอบแล้วยืนยันว่าพนักงานสอบสวน หรือตำรวจสน.ประชาชื่นไม่ได้มีส่วนรู้เห็น เกื้อหนุนทางคดีกับผู้ใดแน่นอน ทุกอย่างเป็นไปตามหน้าที่ความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย มีการสอบปากคำผู้เสียหาย แล้วผู้เสียหายก็นำภาพจากกล้องวงจรปิดมาเป็นหลักฐานแสดงต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งลูกจ้างบางรายก็มายืนยันและรับสารภาพ จึงถูกแจ้งข้อหา ก่อนนำสำนวนส่งฟ้องอัยการ ขณะที่ลูกจ้างบางรายก็ไม่มาพบหรือให้ข้อมูลแก่พนักงานสอบสวน จึงถูกออกหมายจับ และหลบหนีเช่นกรณีของน้องก้อยและครอบครัว ที่ถูกศาลอาญาออกหมายจับ 2หมาย และศาลเยาวชน 1 หมาย

พล.ต.ต.เจริญ กล่าวต่อว่า ในส่วนคดีของนางสุกัญญา ศิริม่วง ที่อยู่ในเรือนจำและเป็นแม่ของน้องมีนนั้น ผู้เสียหายได้ระบุว่ามีพลเมืองดีโทรศัพท์มาบอกว่าจะคืนทรัพย์สินบางส่วน และเมื่อกลับมาถึงห้องพัก พบทรัพย์สินส่วนดังกล่าววางอยู่หน้าห้องพัก โดยไม่ทราบว่าใครเป็นผู้นำมาคืน และก็ไม่มีภาพกล้องวงจรปิดยืนยันว่าใครนำมาคืนเช่นกัน โดยในส่วนทรัพย์สินที่ถูกนำมาคืนดังกล่าวนั้น ตำรวจได้ตรวจยึดเป็นของกลางนำส่งศาลไปแล้ว โดยทางอดีตลูกจ้างรับสารภาพและระบุว่าจะพยายามนำทรัพย์สินส่วนที่เหลือมาคืน

Advertisement

ด้านพ.ต.ชาคริต กล่าวว่าจากการตรวจสอบ ยืนยันว่านางไก่ไม่ได้เป็นข้าราชการ และตรวจสอบไปการเข้ารับเครื่องราชย์ฯก็ไม่พบแต่อย่างใด

ก.3

จากนั้นตำรวจจึงไปจำลองเหตุการณ์โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนขึ้นไปด้วยแต่อย่างใด

หลังการจำลองเหตุการณ์เพียง 15 นาที พ.ต.อ.ชาคริต กล่าวว่า การจำลองเหตุการณ์ดังกล่าวพบว่าระยะเวลาที่ออกจากลิฟต์ไปยังหน้าห้องดังกล่าวและย้อนกลับมาเป็นระยะทางรวม 50 เมตร ใช้เวลา 1.30 นาที ซึ่งตรงกันกับภาพจากกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุ นั่นแสดงให้เห็นว่าทางครอบครัวน้องก้อย ไม่มีเวลาเหลือที่จะเข้าไปภายในห้องเพื่อนำเอาทรัพย์สินออกมาแต่อย่างใด นอกจากนี้ในส่วนทรัพย์สินที่อดีตนายจ้างอ้างว่าครอบครัวน้องก้อยลักไปนั้นเป็นทองคำแท่ง หนัก400บาท เงินสดอีก 3 ล้านบาท ซึ่งหากรวมเป็นหนักน้ำจะพบว่าหนัก10กว่ากิโลกรัม แต่หากตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่าลักษณะการถือกระเป๋าเดินทางนั้น ดูมีน้ำหนักเบา จึงไม่น่าเป็นไปได้ เพราะหากมีน้ำหนัก10กว่ากิโลกรัมนั้น ผู้ขนน่าจะใช้วิธีลากกระเป๋ามากกว่า อย่างไรก็ตามรายละเอียดต่างๆเหล่านี้ พนักงานสอบสวนจะรวบรวมเพื่อนำส่งในชั้นศาลต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดระยะเวลาที่ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์รวมถึงตำรวจเข้าไปจำลองเหตุการณ์นั้น พบหญิงวัยกลาง2-3 คนนำโทรศัพท์มือถือมาบันทึกภาพวีดีโอในทุกขั้นตอน พร้อมเดินทางบันทึกภาพผู้สื่อข่าวเป็นรายบุคคลด้วย

ทั้งนี้เวลา 13.40 น. ขณะผู้สื่อข่าวและช่างภาพบางส่วนยังคงปักหลักอยู่บริเวณด้าน หน้าอาคารที่พักของหญิงไก่ ปรากฏว่า นางไก่ เปิดประตูมาทักทายกับผู้สื่อข่าวพร้อมกับบอกว่า อย่าเพิ่งถ่ายรูปนะ วันนี้แต่งตัวไม่สวย ใส่ชุดขาว ผู้สื่อข่าวได้ขอสอบถามในบางประเด็นข้อสงสัยนางไก่เปิดเผยสั้นๆว่าขอเวลารวบรวมหลักฐาน ก่อนจะเดินทางเข้าไปในคอนโดมิเนียม จากนั้นไม่ได้นานนางไก่เปิดประตูคอนโดมิเนียมออกมา จากนั้นได้พาผู้สื่อข่าวไปยังห้องเลขที่ 3/551 ชั้น 1 ของอาคารดังกล่าว เป็นห้องพักของนางไก่และพาสื่อมวลชนไปยังบันไดหนีไฟ ติดอยู่กับหน้าห้องพัก

โดยนางไก่ เปิดเผยว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นขอเวลารวบรวมเอกสาร และจะมีการแถลงข่าวให้ทราบถึงข้อเท็จจริงในเร็วๆนี้ พร้อมกับตั้งข้อสังเกตกรณีของน.ส.ประภาวรรณ หรือก้อย ใจกล้า อายุ 19 ปี นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ปี 1 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งอดีตลูกจ้างที่ตนแจ้งความ ถ้าบริสุทธิ์ใจจริงทำไมต้องหนีออกทางบันไดหนีไฟ ที่จับภาพไว้ได้ ทำไมไม่เดินออกมาทางช่องปกติประตูด้านหน้า อีกทั้งในวันนี้ทางตำรวจมาจำลองเหตุการณ์ว่าเหตุใดถึงไม่วัดระยะบริเวณทางออกตรงบันไดหนีไฟ ทั้งๆที่น.ส.ประภาวรรณ ได้ใช้ทางออกทางนั้น

ขณะที่นายอาคม รัตนพจนารถ อายุ 71 ปี ทนายความของนางไก่ นำเอกสารหลักฐานการสอบปากคำกรณีของนางประภาวรรณ มาโชว์ต่อสื่อมวลชน พร้อมกับเผยว่า เอกสารดังกล่าวเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ระบุว่าพนักงานสอบสวนได้ลงตัวเลขหลักฐานทรัพย์สินผิดพลาด ความเป็นจริงทองคำหนักแท่งละ10บาทจำนวน 4 แท่ง เท่านั้นแต่พนักงานสอบสวนลง40แท่ง พร้อมกับตั้งข้อสังเกตในหลายประเด็นว่าเหตุใดคดีผ่านมานานแล้วทางกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.)ถึงได้รื้อฟื้นคดีขึ้นมา

ต่อมาเวลา 14.00น. ที่บก.ป. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก เดินทางมาติดตามความคืบหน้ากรณีดังกล่าว พร้อมกับวางแนวทางการสืบสวนสอบสวนกับชุดคลี่คลายคดี ก่อนเปิดเผยว่า สำหรับกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดความจากสับสนทางข้อมูลที่เกิดขึ้น อยู่ระหว่างการพิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยการร่วมมือกันระหว่าง ตำรวจนครบาลกับตำรวจสอบสวนกลางในการช่วยกันรวบรวมพยานหลักฐาน รวบรวมและรายงานข้อมูลที่มีอยู่เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อเท็จจริงให้ปรากฏ เพราะความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว อีกทั้งเรื่องดังกล่าวนั้นเป็นที่สนใจของสังคม จึงต้องดำเนินการอย่างละเอียดทุกขั้นตอนและพยายามเร่งรัดให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าเรื่องราวทั้งหมดจะต้องกระจ่าง และต้องตอบคำถามจากสังคมได้ อีกทั้งเมื่อความจริงทุกอย่างปรากฏคงต้องมาตรวจสอบที่ข้อกฎหมายว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นหรือไม่ หากพบว่าผิดจะดำเนินการในทันที ส่วนคดีอื่นๆที่เกี่ยวข้องนั้นขอยืนยันว่าจะดำเนินการทั้งหมดแต่ตอนนี้ขอดำเนินการเรื่องนี้เป็นเรื่องหลักก่อน

ด้านร.ต.อ.ดวงสิทธิ์ เหง้าสุสิทธิ์ รองสารวัตร(สอบสวน) สน.ประชาชื่น พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีดังกล่าวได้เดินทางมาเข้าพบ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป.และพ.ต.ต.ธนวัฒน์ หลีพงษ์ สารวัตร(สอบสวน) กก.1 บก.ป. เพื่อเข้าให้ปากคำและชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยใช้เวลาในการสอบปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมง ทั้งนี้มีรายงานว่าการเข้าให้ปากคำของ ร.ต.อ.ดวงสิทธิ์ ในครั้งนี้เป็นการให้ปากคำในประเด็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าได้สอบปากคำอดีตลูกจ้างและนายจ้างในประเด็นใดบ้าง ตลอดจนพยานหลักฐานต่างๆที่พบในขณะทำคดี การเข้าให้ปากคำในครั้งนี้เป็นประโยชน์ต่อแนวทางการทำคดีของบก.ป. โดยในรายละเอียดนั้นไม่สามารถเปิดเผยได้ อย่างไรก็ตามในวันที่ 5 กรกฎาคม ทางพนักงานสอบสวนบก.ป.จะนัดหมายร.ต.ท.ปกป้อง ฟองเลา รองสว.(สอบสวน) สน.ประชาชื่น มาให้ปากคำในประเด็นเดียวกัน