วันที่ 4 กรกฎาคม กรณี น.ส.จุฬารัตน์ โทวรรณา อายุ 26 ปี ครูสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ โรงเรียนแสงวิทยา อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ถูกนายชาตรี ร่วมสูงเนิน อายุ 21 ปี ชาว ต.ท่าคล้อ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เช่าห้องอยู่ตรงข้ามเยื้องๆ กัน ใช้มีดปลายแหลมปาดคอเสียชีวิตที่ห้องเช่า ถนนสุดบรรทัด ซอย 8 เขตเทศบาลเมืองแก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2559 วันนี้มีประชาชนจำนวนมากมาออรอบริเวณหน้าห้องเช่าดังกล่าว หวังว่าจะเจอคนร้ายที่จะต้องมาทำแผน ประชาชนจำนวนมากต่างมารอดูการทำแผน มีป้ายกระดาษเขียนขอให้ประหารชีวิตคนร้าย อยากให้ประหารชีวิตคนร้าย
นายมะยม แก้วพวง อายุ 38 ปี เพื่อนสนิทครูสาวที่ถูกฆ่า มาดูห้องที่เกิดเหตุ กล่าวว่า เสียใจมากที่เกิดเหตุการณ์นี้ ก่อนหน้าที่น้องจะเสียก็มานั่งกินข้าวด้วยกัน น้องนิสัยดีมาก เขาเป็นคนรักเด็กและเด็กนักเรียนก็รักเขาทุกคน
นางประถม มะรัยรัมย์ อายุ 41 ปี ทำงานโรงงานปูนซีเมนต์มาดูห้องที่เกิดเหตุ บอกว่า อยากมาดูหน้าคนร้าย อยากรู้ว่าทำไมถึงได้โหดร้ายอย่างนี้ ฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็นมาก ผู้หญิงก็น่าสงสารมาก รู้สึกว่าต้องประหารชีวิต ไม่ต้องเอาไว้แล้ว ถ้าเช่นนั้นเขาจะไปทำอะไรกับใครอีกก็ไม่รู้ อยากให้ประหารชีวิต
นอกจากนี้ยังมีเด็กๆ นักเรียนต่างมาดูบริเวณบ้านเช่าที่เกิดเหตุ ต่างก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ขอให้คุณครูไปสู่สุคติ
ต่อมาเวลา 14.30 น. ได้มีกำลังทหารพร้อมชุดปราบจลาจลติดโล่ แต่ไม่มีกระบอง ประมาณ 40 นาย และตำรวจอีก 40 นายเข้าเคลียร์พื้นที่หน้าห้องเช่า หน่วยทหารปราบจลาจลใช้โล่ไล่ให้ประชาชนบริเวณนั้นออกนอกพื้นที่จนออกจากนอกรั้วเขตบ้านเช่า และเจ้าหน้าที่ปิดประตูรั้วทางเข้าบ้านเช่า โดยจัดหน่วยปราบจลาจลกระจายเป็นครึ่งวงกลมล้อมประตูรั้ว โดยมีเสียงประชาชนด่าทอคนร้าย พร้อมชูป้ายร้องประหารชีวิต มีการยื้อดันกับทหารชุดปราบจลาจลกัน พร้อมเสียงด่าคนร้าย อย่างไรก็ตาม ในที่สุดต้องยกเลิกการทำแผน เนื่องจากต้านกระแสพลังประชาชนไม่ไหว เกรงจะเกิดอันตรายกัน จึงต้องยกเลิก และกำลังทหารตำรวจถอนกลับไป
ขณะที่ พ.ต.อ.ไพโรจน์ ตีรโสภณ ผกก.สภ.แก่งคอย เผยว่า ไม่สามารถทำแผนได้ กำลังพลังประชาชนมีมาก ก็อยากจะนำตัวคนร้ายมาทำแผน แต่เป็นแบบนี้ก็ไม่สามารถทำได้ ส่วนคนร้ายยังคุมตัวไว้ในพื้นที่อื่น เพื่อสอบสวนหลักฐานเพิ่มเติม

