จากกรณีพ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.รัชภูมิ กุสุมาลย์ รองผกก.1บก.ป. พ.ต.ท.มนูญ แก้วก่ำ พ.ต.ต.กิติเมศร์ โชติปิติเจริญรัฐ สว.กก.1บก.ป. และเจ้าหน้าที่ กก.1บก.ป. บุกจับ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ ที่ลานจอดรถ โรงแรมทอซคาน่า สวีท วัลเลย์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ตามหมายศาลจังหวัดพระโขนง ในฐานความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และไตร่ตรองไว้ก่อน หลังมีหลักฐานพบว่า พ.ต.ท.บรรยินมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตปริศนาของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือเสี่ยจืด นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้านจากอุบัติเหตุรถยนต์ที่ขับโดย พ.ต.ท.บรรยินพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ในพื้นที่ของ สน.อุดมสุข ทั้งนี้ ในขณะจับกุมยังพบ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล หรือป้อนข้าว โบรกเกอร์สาว 1 ในผู้ต้องหาคดีโอนหุ้นของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง ที่อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย อย่างไรก็ตาม ศาลได้ให้ประกันตัว พ.ต.ท.บรรยิน ในวงเงิน 2 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 กรกฎาคม ที่กองปราบปราม น.ส.อุรชา หรือป้อนข้าว วชิรกุลฑล อดีตโบรกเกอร์สาว พร้อมด้วยน.ส.วราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ภรรยาของพ.ต.ท.บรรยิน นายวรภัทร และน.ส.บุษญา บุตรสาวและบุตรชายของพ.ต.ท.บรรยิน เดินทางมาให้ปากคำในคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์
น.ส.วราภรณ์ กล่าวว่า ทราบอยู่แล้วว่าพ.ต.ท.บรรยิน รู้จักกับนายชูวงษ์มีความสนิทสนมกัน ทุกครั้งที่จะไปไหนมาไหนด้วยกันก็จะทราบตลอดและมีหลักฐานว่าไปด้วยกันจริง กรณีทางญาติของนายชูวงษ์ให้สัมภาษณ์ว่า ทางฝ่ายตนไม่เคยออกมาขอโทษนั้นไม่เป็นความจริง เพราะทางตนได้ขอโทษตลอดและมีการช่วยเหลือในเรื่องของงานศพของนายชูวงษ์ แต่เมื่อเรื่องหุ้นเข้ามาก็ทำให้เกิดปัญหา โดยพ.ต.ท.บรรยินและนายชูวงษ์ มีการทำธุรกิจร่วมกันโดยมีการลงทุนซื้อที่ดินที่จังหวัดนครสวรรค์ ราคาประมาณ100ล้านบาท ภายหลังนายชูวงษ์ได้เสียชีวิตจึงทำให้เกิดการฟ้องร้องที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ
นางวราภรณ์ กล่าวต่อว่า ในวันที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการจำลองเหตุการณ์นั้น สถานการณ์ตรงกันข้ามกับความเป็นจริง ทั้งสภาพแวดล้อม และสภาพอาการก็แตกต่างกัน อีกทั้งรถยนต์ยังใช้รถยนต์ที่มีการติดแก๊ส อย่างไรก็ตาม อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำทุกอย่างด้วยความยุติธรรม ทางครอบครัวตนพร้อมที่จะให้พิสูจน์ความจริง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางครอบครัวพ.ต.ท.บรรยินได้นำหลักฐานเป็นรูปถ่ายที่มีพ.ต.ท.บรรยินและนายชูวงษ์ร่วมกันมาแสดงอีกด้วย
หลังสอบปากคำกว่า 5 ชั่วโมง น.ส.อุรชา เปิดเผยว่า ไม่ได้รู้สึกกดดัน หรือเครียดในการเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด เพราะตนถูกเชิญมาในฐานะพยานเท่านั้น ไม่ได้ถูกแจ้งข้อหา ทั้งนี้ยอมรับว่าหากเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนพร้อมทนายน่าจะดีกว่า ในเมื่อทนายความส่วนตัวของตนติดธุระ ตนก็พร้อมมาเอง เนื่องจากเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจ และตนไม่อยากยุ่งวุ่นวายกับเรื่องเหล่านี้เลย เพราะตนไม่ทราบเรื่องใดๆด้วย ก็ไม่ทราบว่าเหตุใดจึงถูกเชิญมาให้ปากคำ นอกจากนี้ในส่วนการเข้าค้นบ้านพักของตนย่านพระราม9 นั้น ตำรวจนำหมายค้นแสดงต่อนิติบุคคลของหมู่บ้าน เนื่องจากขณะนั้นไม่มีใครอยู่ที่บ้าน อย่างไรก็ดีตนอยากให้ทุกคนให้ความเป็นธรรมกับตนด้วย เพราะวันนี้มาในฐานะพยานเท่านั้น

