ศาลอุทธณ์ให้ส่ง’แมทธิว’หนุ่มแคนาดา กลับสหรัฐคดีฆ่า ตาม พ.ร.บ.ผู้ร้ายข้ามเเดน

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ห้องพิจารณา 910 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีส่งผู้ร้ายข้ามแดน ผด.4/62 ที่พนักงานอัยการต่างประเทศ โจทก์ ยื่นคำร้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งส่งตัวนายแมทธิว อเล็กซานเดอร์ แมคโคแวน( Matthew Alexander Mcgowan)สัญชาติแคนาดา จำเลย กลับไปดำเนินคดีที่ประเทศสหรัฐฯ ตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดนฯ

กรณีเมื่อเดือนกันยายน 2560 นายแมทธิว ได้กระทำผิดข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยใช้อาวุธปืน ยิงผู้อื่นจนถึงแก่ความตายก่อนหลบหนีไป
เหตุเกิดที่มลรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ทั้งนี้เป็นความผิดที่มีโทษเทียบตามกฎหมายไทยตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่น้อยกว่า 1 ปี อีกทั้งคดียังไม่ขาดอายุความ เนื่องจากเป็นคดีเร่งด่วนตามมาตรา 10 แห่งสนธิสัญญาระหว่างรัฐบาล แห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกา และเป็นกรณีเร่งด่วนตาม พ.ร.บ ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2472 มาตรา 10

โดยคดีนี้ศาลชั้นต้น มีคำสั่งอนุญาตให้ส่งผู้ร้ายข้ามเเดนเนื่องจาก พิจารณาคำให้การของตำรวจไมอามี่ที่ได้รับมอบหมายให้สืบสวนคดี และอัยการแห่งรัฐฟลอริดา ประกอบภาพถ่ายของนายแมทธิวจากกล้องวงจรปิดแล้ว เชื่อได้ว่านายแมทธิว เป็นผู้กระทำผิดตามคำร้องและคดียังไม่ขาดอายุความ อีกทั้งยังเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายที่ประเทศไทยและสหรัฐฯ มีสนธิสัญญาร่วมกัน เมื่อนายแมทธิว ไม่นำพยานหลักฐานเข้าสืบ พยานหลักฐานของอัยการผู้ร้อง จึงเชื่อได้ว่านายแมทธิว กระทำความผิดจริง จึงให้ขัง “นายแมทธิว” ไว้เพื่อส่งตัวไปสหรัฐฯ ต่อไป

โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวจำเลยมาจากเรือนจำ โดยศาลอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ผ่านล่ามว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ฟังว่าไทยกับสหรัฐมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน และไม่ใช่คดีการเมือง เป็นคดีที่มีโทษทางอาญาตรงตามกฎหมายไทย คดีนี้ศาลเซอร์กิต ฟลอริด้า เคาน์ตี้ รัฐไมอามี่ มีคำสั่งวันที่ 23 กรกฎาคม 2561 ให้ออกหมายจับในข้อหาฆ่าผู้อื่น ต่อมาทางกระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด ดำเนินการตามขั้นตอนร้องขอส่งตัว นายแมททริวที่ถูกตำรวจ จับตัวได้ในประเทศไทย ให้ไปรับโทษในสหรัฐ นายแมททริวให้การปฏิเสธว่าตนไม่ใช่บุคคลเดียวกับที่ถูกร้องขอ ตนคือนายเอลิซ ชูดาลอฟ สัญชาติยูเครน เป็นคนต่างด้าว

พยานโจทก์เป็นนักการฑูตปฏิบัติการเบิกความว่าจำเลยเป็นบุคคลเดียวกับที่ศาลสหรัฐออกหมายจับ โดยมีตำรวจ ตม.เบิกความยืนยันว่าในชั้นจับกุม ก็ตรวจสอบแล้วว่าเป็นตัวจำเลยจริง ศาลจึงรับฟังว่าคดีนี้เป็นการจับตัวบุคคลตามหมายจับของศาลสหรัฐจริง ไม่เป็นคดีการเมือง มีโทษตามกฎหมายอาญาของไทยการร้องขอได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขขั้นตอนตามพรบ.ผู้ร้ายข้ามแดนปี51ครบ จึงมีคำสั่งยืนให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน หลังฟังคำสั่งนายแมททริวถามว่าจะยื่นอุทธรณ์ซ้ำอีกได้หรือไม่ ศาลแจ้งว่าคดีเป็นที่สุดแล้ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้191 รวบสองหนุ่มเบญจเพสเอเย่นต์ยา-คาหมู่บ้านหรู
บทความถัดไปจับชายมะกันพยายามระเบิดรถที่ ‘เพนตากอน’