‘หญิงไก่’แจ้งจับ9คดี เหยื่อ12คน พงส.สั่งฟ้องทั้งหมด ส่งอัยการแล้ว8สำนวน

5.07.16 | 14:41 น.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 กรกฎาคม ที่สน.ประชาชื่น พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รรท.ผบช.น.)เดินทางมาประชุมเร่งรัดตรวจสอบ ความคืบหน้าในคดีคงค้างที่นางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ เป็นผู้กล่าวหา มี พ.ต.อ.สามารถ พรหมชาติ ผกก.สน.ประชาชื่น และชุดพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ให้ข้อมูลเกี่ยวกับคดี


พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวก่อนประชุมว่า ยืนยันว่าในฐานะที่ตนเป็น รรท.ผบช.น. จะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย จะร่วมทำงานกับพล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) รวมทั้งพล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก. รรท.ผบก.ป. เพื่อความถูกต้องชอบธรรมและความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ส่วนรายละเอียดจะให้เจ้าหน้าที่อธิบายให้ฟังในสำนวนทั้ง 9 สำนวน โดยทั้ง 9 สำนวนนั้น เหลือเฉพาะยักยอกทรัพย์คดีเดียว ส่วนที่เหลือส่งอัยการหมดแล้ว รวมถึงจะมาดูในส่วนของหลักฐานที่จะเอาผิดคงต้องดูในรายละเอียดอีกที

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นพบว่ามีภาพถ่ายมีคลิปต่างๆ ต้องดูในเนื้อสำนวนอีกทีว่าหลักฐานเพียงพอหรือไม่ และพนักงานสอบสวนปฏิบัติไปตามอำนาจหน้าที่โดยชอบโดยสุจริตหรือไม่อย่างไร ต้องให้กำลังใจทุกฝ่าย ตั้งแต่ปี 2555 ทั้ง 9 คดี เป็นพื้นที่ของสน.ประชาชื่นทั้งหมด ทั้ง 9 คดี เหยื่อถูกสั่งฟ้องทั้งหมด ในส่วนคดีสุดท้ายนั้น ส่งสำนวนไปให้อัยการแล้วมีความเห็นสั่งฟ้องเช่นกัน อย่างไรก็ตามหากคดีนี้ปล่อยไว้เนิ่นนานอาจมีข้อสงสัยเลยลงมาด้วยตัวเอง จะตั้งทีมงานเกี่ยวข้องกับความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งผู้กล่าวหาและผู้ที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้พล.ต.ท.ศานิตย์ ใช้เวลาในการประชุมนาน 2 ชั่วโมง จากนั้นพล.ต.ท.ศานิตย์ ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า จากการตรวจสอบ 1.ไล่สำนวนทั้ง 9 สำนวน เพื่อจะได้พิสูจน์ทราบให้ได้ว่าข้อเท็จจริงที่กล่าวหานั้น จริงหรือไม่ 2.พฤติการณ์ที่มากล่าวหาทั้งหลายทั้งปวง หากเป็นเท็จ เข้าองค์ประกอบของความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา จะต้องเร่งรัดดำเนินการในส่วนนี้โดยเร่งด่วน วันที่ 5 กรกฎาคม ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาเพื่อพิสูจน์ทราบในเรื่องเหล่านี้ 3.เรื่องของความบกพร่องของพนักงานสอบสวนในสำนวนนี้มีหรือไม่อย่างไร สั่งการให้ ผกก.สน.ประชาชื่น พิจารณาความบกพร่องตามอำนาจหน้าที่ เป็นเรื่องเล็กน้อยจะได้ชี้ให้เห็นว่าไม่ได้ปกป้องฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด สิ่งสำคัญที่สุดจะพยายามให้ความเป็นธรรม ผู้ถูกเป็นเหยื่อและผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดให้ได้ผลโดยเร็วที่สุด นี่คือข้อสรุปที่มาลงมือด้วยตัวเอง ส่วนสำนวนทั้งหมด 9 คดี แบ่งเป็นลักทรัพย์ 4 คดี ยักยอกทรัพย์ 4 คดี และทำให้เสียทรัพย์ 1 คดี รวมผู้ถูกแจ้งความ 12 ราย ตั้งแต่ปี 2553-2558 ของสน.ประชาชื่น ทั้ง 9 สำนวนนั้นมีคดียักยอกทรัพย์ ยอมความไปบ้างแล้ว ส่วนที่เหลือส่งสำนวนให้ชั้นอัยการแล้ว จะพยายามสอบสวนผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงมาสู่การวินิจฉัยในการดำเนินการกับผู้กระทำผิดโดยเด็ดขาดทุกคน ทั้งนี้การทำงานจะประสาน บช.ก.อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง คาดว่าจะจบได้โดยเร็วที่สุด

Advertisement