ป่าไม้ เผยดำเนินคดี “ม่อนดูดาว” บุกรุกม่อนแจ่ม เป็นรายที่ 28 แล้ว แฉเล่ห์นายทุนครอบงำกิจการ ก่อนซื้อขายเปลี่ยนมือ ให้นอมินีถือครองแทน เล็งคืนพื้นที่ ให้โครงการหลวงหนองหอยดูแล ส่งเสริมเกษตร-ท่องเที่ยวชุมชนแทนแกนนำ โต้ดำเนินคดี ชี้เจ้าหน้าที่รังวัดผิด-คลาดเคลื่อน ขีดเขียนบนแผนที่ไม่ได้รังวัดจริง วอนขอมีส่วนร่วมพัฒนา ไม่ต้องการบุกรุกป่า-ทำผิดกฎหมาย
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 ที่หอประชุม 80 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ด้านหลังศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายกมล นวลใย ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) เผยถึงความคืบหน้าดำเนินคดีผู้บุกรุกป่าไม้เพื่อสร้างบ้านพักตาอากาศ หรือรีสอร์ทบนม่อนแจ่ม ต.แม่แรม อ.แม่ริม ว่า ล่าสุด ได้เข้าไปตรวจสอบ พบว่ามีการบุกรุกเพิ่มเติม 1 ราย จึงให้เจ้าหน้าที่ไปแจ้งความที่ สภ.แม่ริม เพื่อดำเนินคดีกับนายชัชวาลย์ เมธาอนันต์กุล เจ้าของม่อนดูดาว ในข้อหาบุกรุกป่า จำนวน 1 ไร่ 61 ตารางวา เพื่อสร้าง
บ้านพักตากอากาศดังกล่าว เมื่อเวลา 17.40 น. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรายที่ 28 หลังแจ้งความดำเนินคดีผู้บุกรุกป่าแม่ริม บนม่อนแจ่มมา 27 รายแล้ว
“พื้นที่ป่าแม่ริม บนม่อนแจ่ม มีพื้นที่กว่า 3,000 ไร่ แต่มีการสร้างบ้านพักตากอากาศหรือรีสอร์ท จำนวน 116 ราย รวมกว่า 300 ไร่ ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำลุ่มน้ำชั้น 1 และชั้น 2 บางส่วนมีนายทุนเข้าไปครอบงำกิจการ ก่อนซื้อขายเปลี่ยนมือ หรือให้นอมินีถือครองแทน ซึ่งผิดเงื่อนไขการส่งเสริมท่องเที่ยวชุมชนเพื่อสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน หากเข้าสู่โครงการจัดที่ทำกินให้ชุมชน (คทช.) ตามนโยบายแล้ว และไม่ผิดเงื่อนไข 4 ข้อ คือ ลงทะเบียน เป็นถิ่นอาศัยเดิมไม่เปลี่ยนมือซื้อขาย ไม่บุกรุกเพิ่ม เชื่อว่าชุมชนสามารถดำเนินกิจการได้ ภาย
ใต้การดูแลโครงการหลวงหนองหอย ที่ส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมและท่องเที่ยวชุมชน ตามแนวทางพระราชดำริต่อไป”นายกมลกล่าว
ด้านนายวิชิต เมธาอนันต์กุล ประธานกลุ่มรัฐสาหกิจท่องเที่ยวชุมชนม่อนแจ่ม อ.แม่ริม กล่าวว่า ป่าไม้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้บุกรุก 28 รายนั้น ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะอาศัยและทำกินบนพื้นที่เดิม ไม่มีการบุกรุกเพิ่มอย่างใด แต่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ รังวัดพิกัดผิด หรือคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงทั้งหมด ถ้ามีการรังวัดจริง ทำไมไม่มีผู้นำชี้วัดแนวเขตที่ดิน และภาพถ่ายเป็นหลักฐาน แต่ใช้วิธีขีดเขียนเส้นบนแผนที่แทน ไม่ได้รังวัดหรือพิสูจน์สิทธิจริง ดังนั้นอยากให้ป่าไม้ให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้าน อย่ากลั่นแกล้งรังแก ซึ่งชุมชนต้องการให้ตั้งคณะกรรมการร่วมพัฒนาม่อนแจ่ม เป็นแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน ไม่ว่าให้ป่าไม้หรือโครงการหลวงดูแล ชุมชนขอมีส่วนร่วมและพร้อมให้ความร่วมมือทุกด้าน ไม่ต้องการบุกรุกป่า หรือทำผิดกฎหมายอย่างใด
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
![]()




