ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 6 กรกฎาคม ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งจาก สห.ทอ.บน.23 มีเหตุเพลิงไหม้ที่ห้องแถวไม้เลขที่ 235 ตรงข้ามประตู กองบิน 23 อุดรธานี ถ.ทหาร ทน.อุดรธานี ร.ต.อ.สมัย ชัยบัวลา ร้อยเวร สภ.เมืองอุดรธานี ออกสอบสวนที่เกิดเหตุพร้อมกับ พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี และกำลังตำรวจ ออกไปอำนวยความสะดวกให้รถดับเพลิงของ ทน.อุดรธานี 3 คัน รถน้ำ 2 คัน
เพลิงลุกไหม้บริเวณห้องแถว 2 ห้อง อยู่ระหว่างร้านอาหารตามสั่ง กับร้านอุดรกอล์ฟเซอร์วิส และลุกลามอย่างรวดเร็ว เนื่องจากโครงหลังคา และเพดานเป็นไม้ และมีเชื้อเพลิงในบ้านจำนวนมาก และรับแจ้ง พ.อ.อ.สมจิตร วิมาลา อายุ 82 ปี เจ้าของบ้านอาจจะติดอยู่ภายใน นักผจญเพลิงพยายามเข้าไปช่วย ด้วยการตัดโซ่คล้องประตูเลื่อนด้านหน้า และทุบพนังคอนกรีตจากร้านอาหารตามสั่ง แต่ก็ไม่สามารถเข้าไปได้ เนื่องจากสิ่งของจำนวนมาก วางกีดขวางมีเพียงช่องทางเดินเล็ก ขณะที่เพลิงก็ลุกลามจนเต็มพื้นที่ ไม่สามารถบุกเข้าไปได้
หน่วยดับเพลิง ทน.อุดรธานี ใช้เวลาเกือบ 1 ชม. จึงควบคุมเพลิงได้ในวงจำกัด เผาผลาญห้องแถวทั้งหมดไป 2 หลัง และห้องแถวสองข้างบางส่วน และใช้เวลาอีกกว่า 3 ชม.จึงพบศพ พ.อ.อ.สมจิตร สภาพนอนหงายถูกไฟเผา จนไหม้ดำศีรษะเห็นเป็นกะโหลก อยู่บนกองสิ่งของหน้าห้องนอน โดยมีสังกะสีทับอยู่จำนวนมาก และผู้ตายนอนทับกระเป๋าสะพายข้าง ด้านในมีทรัพย์สินและภาพผู้ชาย 2 คน ที่ผู้ตายติดตัวมาขณะพยายามออกมา ซึ่งภายในบ้านเต็มไปด้วยของสะสมยุคทหารอเมริกัน ตั้งแต่ตู้เหล็ก, โต๊ะเก้าอี้, เครื่องครัว, เฟอร์นิเจอร์, ตู้เย็น, ถังแก๊ส, ลังเหล็กกระสุน และของสะสมอื่นๆ ซึ่งถูกไฟไหม้ไปทั้งหมด
นายสมโภชน์ กล้าจัด อายุ 55 ปี ผู้เช่าร้านอาหารตามสั่ง เล่าว่า มาเช่าห้องของผู้ตายนับสิบปี เพื่อขายอาหารตามสั่งกับภรรยา และลูกรวม 4 คน เมื่อคืนกลับจากไปงานศพต่างจังหวัด ผู้ตายก็ยังมีพูดคุยทักทายแสดงความเสียใจ ตัวเองก็เหนื่อยนอนพักผ่อน จนมีเจ้าหกน้าที่ สห. และตำรวจ มาตะโกนเรียกว่าไฟไหม้ เมื่อออกมาไม่เห็นผู้ตาย จึงบอกเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วย แต่ไฟก็ลุกลามไปมากแล้ว ตอนนี้โทรบอกลูกหลานที่กรุงเทพฯแล้ว จะเดินทางมาถึงเที่ยงวันนี้
“ ท่านเป็นคนมีฐานะ มีห้องแถวให้เช่าหลายห้อง ใจดีคิดค่าเช่าไม่แพง มีลูกหลานเป็นใหญ่เป็นโตในกรุงเทพฯ เขามาเยี่ยมชวนไปอยู่ด้วยก็ไม่ไป ท่านชอบอยู่ง่ายๆ แบบนี้ ชอบเก็บสะสมของที่ชอบ แยกไว้ด้วยว่าจะยกให้ใครบ้าง มีรถสามล้อปั่นอยู่คันหนึ่ง ใช้โซ่คล้องจอดไว้หน้าบ้าน บางวันก็จะเก็บของสะสมมาด้วย แต่ไม่ค่อยให้ใครเข้าไปในบ้าน ล่าสุดหลานบินมาเยี่ยม ซื้อพิซซ่า-เคเอฟซีมาฝาก ก็นั่งกินและคุยอยู่ข้างถนน จนหลานต้องเช็ดเหงื่อ ก็ไม่ได้เข้าไปในบ้าน เมื่อสิบปีก่อนภรรยาท่านเสีย เราจึงรู้ว่าญาติพี่น้องท่านไม่ธรรมดา บางคนเป็นตระกูลใหญ่มีชื่อเสียง

