รมว.ยุติธรรม ถกกฤษฎีกาเร่งตรวจร่างกม.ยกเลิกกระท่อมเป็นพืชเสพติด

4.03.20 | 13:49 น.

รมว.ยุติธรรม ถก กฤษฎีกา เร่งตรวจร่างกม.ยกเลิกกระท่อมเป็นพืชเสพติด หากช้ามีช่องทางสำรองออกประกาศให้ใช้-ครอบครองกระท่อมไม่ผิดกม. พร้อมตั้ง 2 ชุดทำงานล่าทรัพย์เครือข่ายยาเสพติด มั่นใจสิ้นเดือนมี.ค.เห็นผล

วันที่ 4 มีนาคม ที่กระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงความคืบหน้าการปลดล็อกใบกระท่อมออกจากยาเสพติด ว่า ขณะนี้กระทรวงยุติธรรมได้ดำเนินการ 3 แนวทางคู่ขนานกันไป เพื่อให้สามารถปลดพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดให้เร็วที่สุด ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ครอบครองและผู้ใช้กระท่อมไม่มีความผิดตามกฎหมาย โดยช่องทางแรกเป็นการแก้ไขพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ขณะนี้ดำเนินการอยู่ในขั้นตอนที่ 9 ซึ่งได้ส่งร่างกฎหมายให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจแล้ว และตนได้หารือกับเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ขอร้องให้เร่งรัดกระบวนการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อจะส่งร่างดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ค.ร.ม.) ช่วงกลางเดือน พ.ค. เพื่อให้ร่างกฎหมายถูกบรรจุเป็นวาระการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร์ได้ทันการเปิดสมัยการประชุมในช่วงสิ้นเดือน พ.ค.นี้ ส่วนช่องทางที่ 2 เป็นการเสนอประมวลกฎหมายยาเสพติดทั้งฉบับ ซึ่งผ่านความเห็นชอบของครม.แล้ว อยู่ในขั้นตอนของสภาฯ ซึ่งไม่สามารถเร่งรัดไว้ว่ากฎหมายจะผ่านสภาฯ มีผลบังคับใช้เมื่อใด ดังนั้น จึงต้องมีช่องทางที่ 3 คือ ใช้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทวงยุติธรรม ร่วมกับองค์การอาหารและยา ประกาศให้การมีหรือครอบครองและใช้พืชกระท่อมไม่เป็นความผิด โดยจะเปิดรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 5-6 มี.ค.นี้ ที่โรงแรมเซ็นซูรี่ พาร์ค เมื่อผ่านขั้นตอนดังกล่าวแล้วจะสามารถนำเข้าครม.ให้ประกาศใช้ได้ โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาของสภาฯ


นายสมศักดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีผ่านค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจประเทศมีปัญหายาเสพติดจำนวนมากว่า ตนได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการยึดทรัพย์เครือข่ายค้ายาเสพติด โดยมอบให้นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาสเพติด ( ป.ป.ส.) เป็นประธาน และขอทำความเข้าใจว่าการค้าขายยาเสพติดส่วนใหญ่เป็นนอมินี เจ้าของตัวจริงไม่เคยมีชื่ออยู่ในวงการธุรกิจนี้เลย การโอนเงินกระทำโดยใช้ตัวแทน ดังนั้น เพื่อดำเนินการกับนอมินีและขยายผลยึดทรัพย์ให้ถึงตัวการ ตนจึงตั้งคณะกรรมการขึ้นอีก 2 ชุด โดยชุดแรกมีรองอธิบดีสำนักงานยาเสพติดเป็นประธาน ทำหน้าที่สืบสวนทางการเงินที่ไม่พบเจ้าของที่แท้จริง โดยจะใช้อุปกรณ์อีเล็คโทรนิคตรวจสอบความเชื่อมโยงของวงเงินและการโอนเงิน ซึ่งในส่วนนี้จะใช้อำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสรรพากรเข้ามาดำเนินการ ส่วนคณะทำงานชุดที่ 2 มีพล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผบ.ตร. เป็นหัวหน้าชุด ทำหน้าที่ขยายผลหลังการจับกุมนักค้าไปยังเครือข่ายยาเสพติดเพื่อยึดทรัพย์ โดยคณะทำงานทั้งสองชุดจะมีความคืบหน้าชัดเจนภายใน 30 วัน หรือสิ้นเดือนมี.ค.นี้

“ที่ผ่านมากระบวนการยึดทรัพย์ทำได้น้อยมาก ทั้งที่ UNODC ระบุว่าแหล่งผลิตยาเสพติดในสามเหลี่ยมทองคำ สร้างมูลค่าถึง 60,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.8 ล้านล้านบาท แต่การยึดทรัพย์ได้เพียงหลักร้อยล้านบาท จึงไม่สมเหตุสมผล หากเราปล่อยปละละเลยวันข้างหน้าคนไทยอาจติดยาเสพติดมากขึ้น หลังจากเริ่มต้นทำงานทำได้ให้เห็นร่องรอยของเครือข่ายใหญ่และจะสามารถยึดทรัพย์ได้ภายในสิ้นเดือนมี.ค.นี้” รมว.ยุติธรรม กล่าว

Advertisement

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน