เมื่อวันนี้ 6 กรกฎาคม นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชร่วมประชุมกับหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน, อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่, หัวหน้าส่วนอนุรักษ์พื้นที่ ที 1 ปราจีนบุรี, ฝ่ายปกครอง, ทหาร พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังขอนแดง อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ประชุมหารือและวางแผนเพื่อเข้าตรวจสอบจับกุมผู้บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จำนวน 3 ราย ในพื้นที่ ริมถนนสาย 304 (นาดี-นครราชสีมา) หมู่ 4 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี หลังมีการตรวจสอบพิกัดตามแผนที่ ร่วมกับเครื่องสัญญาณดาวเทียม (GPS) ก่อนนำกำลังกว่า 70 นาย เข้าตรวจสอบร้านอาหารเลิศทิพย์ ของนายจักรวัฒน์ ทรงโฉม อายุ 41 ปี ริมถนนสาย 304 ช่วงหลัก กม. 48-49 โดยด้านหน้าปลูกสร้างเป็นร้านอาหาร ส่วนทางด้านหลังปลูกเป็นบ้านพักขนาดใหญ่ และห้องพักตากอากาศจำนวนหนึ่ง บนเนื้อที่ 18 ไร่ ซึ่งนายจักรวัฒน์ และนางทิพย์ ภรรยา อ้างได้ซื้อที่ทั้งหมดต่อมาจากผู้อื่นมาหลายปี โดยไม่ทราบว่าตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดกโลก
นายชัยวัฒน์ชี้แจงว่า ที่ทั้งหมดเป็นพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จากการตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศ ปี 2498 พบว่าพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นป่าสมบูรณ์ และอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หากผู้ประกอบการมีเอกสารสิทธิถูกต้องให้นำมาชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งยื่นสองข้อให้ทางนายจักรวัฒน์ ให้ทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกไป เพราะถือว่าเป็นการครอบครองที่ผิดกฎหมาย หากไม่รื้อถอนก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากนั้น ทีมชุดพญาเสือได้เข้าตรวจสอบรีสอร์ตร่มเย็นทับลาน บนพื้นที่ 39 ไร่ ประกอบด้วย ร้านกาแฟ ร้านอาหาร แต่ที่ด้านในมีป้ายเขียนว่า ปิดกิจการมาปิดไว้ พบนายคณิต อินวะสา อายุ 59 ปี รับเป็นคนดูแล โดยอ้างว่า รีสอร์ตได้ปิดทำการไปแล้ว ตนมีหน้าที่มาเฝ้าสถานที่เท่านั้น ส่วนเรื่องที่ดินหรือการรุกที่อุทยานฯหรือไม่นั้นตนเองไม่ทราบ นายชัยวัฒน์จึงให้นายคณิตแจ้งทางผู้ครอบครองหรือเป็นเจ้าของ รีสอร์ตร่มเย็นทับลาน ว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างแล้ว เป็นการบุกรุกพื้นที่อุทยานฯ และเป็นการทำผิดกฎหมาย จึงขอให้ทำการรื้อสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกไป แล้วคืนพื้นที่ให้กับทางอุทยานฯต่อไปเพื่อจะได้ไม่ต้องถูกดำเนินคดี

ต่อมาได้นำกำลังตรวจสอบร้านอาหาร และบ้านพัก จุดที่ 3 ร้านอาหารเรือนขวัญ มีพื้นที่ 6 ไร่ ประกอบด้วยร้านอาหาร ซี่งภายหลังการตรวจสอบและจับกุมรีสอร์ตทั้งหมดแล้ว นายชัยวัฒน์ หัวหน้าชุดพญาเสือได้เปิดเผยถึงการดำเนินการกับเจ้าของรีสอร์ต และร้านอาหารบุกรุกในครั้งนี้ว่า “ในเบื้องต้นยังไม่มีการแจ้งข้อหาผู้บุกรุกครอบครองแต่อย่างใด แต่ได้มีการเจรจาขอให้รีสอร์ต และร้านอาหารทั้ง 3 แห่ง รื้อถอนออกไป เพื่อที่จะไม่ถูกดำเนินคดี แต่หากทางผู้ครอบครองคิดว่าได้มาถูกต้องก็สามารถนำเอกสารมาแสดงได้ ซึ่งก็ต้องไปต่อสู้กันที่ศาล โดยทางอุทยานฯหรือป่าไม้พร้อมให้โอกาสเพราะการซื้อขายหรือได้มานั้นคนที่ได้มาก็คิดว่าเป็นพื้นที่ที่ถูกต้อง คือในช่วงนี้อยู่ในขั้นตอนของการเจรจา
“ทั้งนี้ ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นหนึ่งในภารกิจทวงคืนผืนป่าที่ถูกบุกรุก โดยกรมอุทยานแห่งชาติฯให้ความสำคัญ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 40 ณ เมืองอิสตันบลู ประเทศตุรกี ระหว่างวันที่ 10-20 กรกฎาคม 2559 ที่ต้องการให้ไทยแก้ปัญหาการบุกรุกป่ามรดกโลก และปัญหาการลักลอบตัดไม้พะยูง” นายชัยวัฒน์กล่าว

