เอาจริง! เตรียมใช้ ม.44 ลุยยึดที่ดินวัดป่าหลวงตาบัว กว่า 900 ไร่ พบเอกสารสิทธิไม่ชอบด้วยกม.

7.07.16 | 11:04 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม นายวัชรินทร์ วากะมะนนท์ ปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)กาญจนบุรี เปิดเผยว่า กรณี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายสรรเสริญ อัจจุตมานัส เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ได้ร่วมกันแถลงข่าวเมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา เรื่องการดำเนินการตามมาตรา 44 หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ลงนามในคำสั่งยึดคืนที่ดิน ส.ป.ก.ที่มีผู้ครอบครองเกิน 500 ไร่ มีเป้าหมาย 429 แปลง จากทั้งหมด 25 จังหวัดทั่วประเทศ เนื้อที่ จำนวน 432,765 ไร่ เพื่อนำที่ดินเข้าสู่กระบวนการปฎิรูป

สำหรับจังหวัดกาญจนบุรี เป็น 1 ใน 25 จังหวัด ที่ต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 129 วัน โดยเดิมทีพบมีเป้าหมาย จำนวน 13 แปลง รวมเนื้อที่ 13,663 ไร่ แต่ล่าสุด ส.ป.ก. ตรวจสอบพบเป้าหมายเพิ่มอีก 1 แปลง รวมเป้าหมายเป็น 14 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 15,000 ไร่ สำหรับพื้นที่เป้าหมายทั้ง 14 แปลง มีอยู่ด้วยกัน 4 อำเภอ จากทั้งหมด 13 อำเภอของจังหวัดกาญจนบุรี ประกอบด้วย อ.ไทรโยค อ.เลาขวัญ อ.พนมทวน และ อ.ด่านมะขามเตี้ย ซึ่งพบว่า อ.ด่านมะขามเตี้ย มีกลุ่มนายทุนหรือมีผู้ครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.เกินกว่า 500 ไร่มากที่สุด

โดย ส.ป.ก.กาญจนบุรี จะดำเนินการตามมาตรา 44 ด้วยการนำร่องยึดคืนที่ดินในเขตพื้นที่ อ.ไทรโยค เป็นอันดับแรก และแปลงแรกมีพื้นที่จำนวน 931-0-83 ไร่ ซึ่งที่ดินแปลงดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ผู้ที่บุกรุกคือวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน หรือวัดเสือ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในอดีต ส่วนแปลงเป้าหมายที่พบเพิ่มอยู่ติดกับวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน มีเนื้อที่กว่า 1,000 ไร่

และในวันพรุ่งนี้ (8 ก.ค.) เวลา 09.00 น. จะเข้าดำเนินการทันที โดยก่อนดำเนินการ ส.ป.ก.จะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน พร้อมมอบเอกสารรายละเอียดทั้งหมดให้ เพื่อให้ทราบว่า เป้าหมายทั้ง 14 แปลงว่าอยู่ในจุดใดบ้างในพื้นที่ 4 อำเภอ แต่ในส่วนของ อ.ไทรโยค ปรากฏว่า มีการออกเอกสารการครอบครองที่ดินไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นจำนวนมาก ภายหลังจาก ที่ว่าการอำเภอไทรโยค ถูกไฟไหม้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2534 ซึ่งจะต้องบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบเอกสารดังกล่าวย้อนหลังทั้งหมดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หากได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรื้อตรวจสอบเอกสารย้อนหลังอย่างจริงจัง คาดว่าจะสามารถยึดคืนที่ดินให้กับรัฐได้อีกเป็นจำนวนมากแน่นอน