ปปง.สั่งสอบธุรกรรมพ่อค้าหลอกขายหน้ากากอนามัย-แก๊งอุ้มบุญชาวจีน พร้อมยึดทรัพย์อีก 2 คดีดัง “แชร์มือหลุด-เครือข่ายค้ายาเล่าต๋า แสนลี่ รวมมูลค่ากว่า 66 ล้านบาท
วันที่ 11 มีนาคม ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ตรวจสอบธุรกรรมหรือทรัพย์สินเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จำนวน 4 คดี ประกอบด้วย คดีนายวัชรวิทย์ สุภาษิต เปิดเพจ Mask โฆษณาขายหน้ากากอนามัยผ่าน ทางเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า จำหน่ายหน้ากากอนามัยในราคาโรงงานขายปลีก- ขายส่งในราคากล่องละ 550 บาท ซึ่ง 1 กล่องบรรจุ 50 ชิ้น ชิ้นละ 11 บาท และได้เปิดบัญชีธนาคารเพื่อให้ผู้ที่สนใจสั่งซื้อหน้ากากอนามัย และโอนเงินให้ ต่อมามีผู้เสียหายเข้าไปสั่งซื้อหน้ากากอนามัยจากเพจดังกล่าว แต่หลังจากโอนเงินชำระค่าสินค้าหน้ากากอนามัยแล้ว ก็ไม่สามารถติดต่อนายวัชรวิทย์ได้ ซึ่งพฤติการณ์คดีเข้าข่ายมีความผิดฐาน ฉ้อโกงประชาชนตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน
พล.ต.ต.ปรีชากล่าวอีกว่า คดีที่ 2 เป็นคดีอุ้มบุญ โดยนายจ้าว หราน และพวกลักลอบจ้างให้หญิงสาวอุ้มบุญข้ามชาติ โดยมีการแบ่งหน้าที่กันทำ พฤติการณ์คดีคือ จะมีนายหน้าเข้าไปติดต่อหาหญิงไทยที่ต้องการรับจ้างตั้งครรภ์แทนให้กับนายทุนผู้ว่าจ้างสัญชาติจีน เสนอให้ค่าตอบแทนรายละ 300,000-450,000 บาท โดยนายหน้าจะพาหญิงที่รับจ้างตั้งครรภ์แทนเดินทางไปที่ประเทศกัมพูชาหรือประเทศลาว เพื่อฉีดฝังตัวอ่อน จากนั้นจะพากลับมาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลในไทย เมื่อใกล้ถึงกำหนดคลอดอายุครรภ์ประมาณ 7-8 เดือน นายหน้าจะพาหญิงที่รับจ้างตั้งครรภ์แทนเดินทางไปคลอดบุตรที่ประเทศจีน และส่งมอบบุตรที่คลอดให้กับลูกค้าชาวจีน ซึ่งคดีดังกล่าวเข้าข่ายเป็นองค์กรอาชญากรรมมีความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน
นอกจากนี้คณะกรรมการธุรกรรมยังมีมติให้อายัดทรัพย์เพิ่มอีก 2 คดี คือ คดี น.ส.วราภรณ์ เข็มนอก กับพวกได้เปิดเพจ Facebook จำนวนหลายเพจ ได้แก่ “warapornkhemnak’ll”, “บิวตี้เพ็ญ (Beauty Pen)”,“Phakbung First” และ “AmpikhaDamnoenngam” เพื่อโฆษณาชักชวนบุคคลทั่วไปให้ร่วมลงทุนซื้อขายแชร์มือหลุด และหลอกลวงว่าจะได้ผลตอบแทนสูง โดยมีการตั้งกลุ่มชื่อแชร์ว่า แชร์มือหลุดพี่บี และกลุ่มมือรวย p&pจงมีและรวยมาก ทำให้มีผู้หลงเชื่อและเข้าซื้อขายแชร์มือหลุดจำนวนมาก ปรากฏความเสียหายรวมทั้งสิ้นประมาณ 105,452,450 บาท คณะธุรกรรมจึงมีมติให้ยึดทรัพย์สินจำนวน 40 รายการ พร้อมดอกผล รวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 65,541,628.94บาท ไว้ชั่วคราว มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน
พล.ต.ต.ปรีชากล่าวอีกว่า สำหรับคดี น.ส.วิไลลักษณ์ แสนลี่ กับพวกเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดของนายเล่าต๋า แสนลี่ ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ทางภาคเหนือ แม้จะจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดได้แล้วและศาลฎีกามีคำสั่งให้จำคุก แต่พบว่า น.ส.วิไลลักษณ์ ได้ทำหน้าที่รับโอนเงินค่ายาเสพติดต่อจาก น.ส.ซู่ยิง แซ่หวู่ ภรรยาของนายปรีชา แสนลี่ โดยเงินดังกล่าวเป็นเงินที่รับมาจากกลุ่มผู้ซื้อยาเสพติดทางภาคใต้ ทั้งยังมีหน้าที่ในการแปรสภาพเงินที่ได้จากการกระทำผิดไปเป็นทรัพย์สินอื่นเพื่อปกปิดแหล่งที่มาของเงินดังกล่าว คณะกรรมการธุรกรรมจึงมีติให้ยึดทรัพย์เพิ่มจำนวน 3 รายการ พร้อมดอกผล รถยนต์และที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง รวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 500,000 บาท ไว้ชั่วคราว มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

