ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม นายพิษณุ เสนาวิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ปฏิบัติการแทนผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนหลายรายว่า มีแก๊งเก็บเงินกู้นอกระบบรายวัน ดอกเบี้ยโหด ตระเวณเก็บเงินลูกหนี้ในพื้นที่อำเภอเมืองพิจิตร เมื่อลูกหนี้ผัดผ่อน หรือติดค้างจ่ายดอกเบี้ยอันแสนโหดร้อยละ 20 บาท เมื่อเก็บไม่ได้ ก็จะใช้วาจาข่มขู่พูดจาไม่สุภาพ โดยเฉพาะผู้หญิง หรือคนชรา และบุกรุกเข้าในในบ้านพักรีดเอาทรัพย์สินและเครื่องใช้ไฟฟ้า ของมีค่าที่มีอยู่ภายในบ้านไปแทนดอกเบี้ย พอชาวบ้านบอกว่าจะไปแจ้งความ กลุ่มแก๊งเงินกู้รายนี้อ้างว่าไม่กลัวใครทั้งนั้น อยากไปร้องเรียนที่ไหนก็ไป ซึ่งเป็นการท้าทายอำนาจรัฐ เข้าข่ายผู้มีอิทธิพลตามคำสั่ง คสช.
ดังนั้น จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.กฤติกร ปานผล รองหัวหน้าชุดเฉพาะกิจศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยกำลังสารวัตรทหาร จากกองบังคับการควบคุม มณฑลทหารบกที่ 36 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ติดตามจับกุมแก๊งดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ติดตามสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย รวม 2 คน ได้ที่บริเวณทางแยกเข้าวัดยางคอยเกลือ ม.5 ต.ป่ามะคาบ อ.เมือง จ.พิจิตร ทราบชื่อคือนายอภิสิทธิ์ ยืนยง อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 182 ถ.ผดุงราช ต.หล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ และนายเจษฎา ชัยพฤกษ์วัฒนา อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 89 ม.4 ต.เหมืองใหม่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ขณะทั้งสองคนกำลังบุกเข้าบ้านลูกหนี้เพื่อยึดทรัพย์ของลูกหนี้โดยพลการ เจ้าหน้าที่จับกุมตรวจยึดของกลางหลายรายการที่ใช้ก่อเหตุ เช่นสมุดบัญชีลูกหนี้ สมุดบัญชีธนาคาร 3 เล่ม บัตรเครดิต 2 ใบ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รถยนต์เก๋งสีขาว ยี่ห้อ HONDA รุ่น BRIO ทะเบียน กม 6516 พิษณุโลก และเงินสดลูกหนี้ จำนวน 31,760 บาท จึงนำของกลาง และผู้ต้องหาทั้งสองคนมาสอบสวนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร
จากการสอบสวนทราบว่าผู้ต้องหาดังกล่าวได้เป็นลูกจ้างให้นายทุน คอยเก็บหนี้และดอกเบี้ยนอกระบบรายวันให้กับนายทุนรายหนึ่ง ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก อีกทีหนึ่ง โดยจะได้ค่าจ้างเป็นส่วนแบ่งจากเปอร์เซ็นต์ของยอดเงินในแต่ละวัน ซึ่งนายทุนดังกล่าวจะปล่อยเงินกู้นอกระบบให้ลูกหนี้ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 20 บาทต่อวัน หรือร้อยละ 500 ต่อปี หากลูกหนี้รายใดไม่มีจ่ายในแต่ละครั้งก็จะใช้วาจาข่มขู่โดยเฉพาะผู้หญิง หรือคนชรา และบุกเข้าบ้านพัก เพื่อเข้าไปยึดทีวี ตู้เย็น เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือทรัพย์สินที่มีค่าต่างๆ ของลูกหนี้ไป โดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกหนี้ ซึ่งได้ก่อเหตุมาแล้วหลายครั้งจนมาถูกจับกุมดังกล่าว ซึ่งมีเจ้าทุกข์แจ้งความร้องทุกข์ รวมทั้งร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจำนวนมาก จ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปพร้อมทั้งขยายผลถึงกลุ่มนายทุนและผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีด้วย

