แฉพฤติการณ์’หญิงไก่’อ้างเบื้องสูง3ครั้ง-ป.ไล่เช็กพาสปอร์ตเหยื่อสาว

8.07.16 | 17:35 น.

เมื่อเวลา12.30 น. วันที่ 8 กรกฎาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือไก่ อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาแจ้งความเท็จกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา พยายามค้ามนุษย์ และความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ตาม ป.อาญา มาตรา 112 ว่าหลังจากเข้าตรวจค้นห้องพักเลขที่ 3/551 คอนโดมิเนียมบ้านประชานิเวศน์ 1 ถนนเทศบาลนิมิตเหนือ ประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร ของนางมณตา เบื้องต้นพบหนังสือเดินทาง 19 เล่ม เป็นของฉบับเก่าของนางมณตา และครอบครัว 16 เล่ม ส่วนที่เหลืออีก 3 เล่ม เป็นของบุคคลภายนอก


พ.ต.อ.ชาคริตกล่าวว่า ในส่วนของหนังสือเดินทางที่ไม่ใช่ของนางมณตา ทั้ง 3 ฉบับนั้น ฝ่ายสืบสวนจะติดตามบุคคลทั้ง 3 คน เพื่อเชิญตัวมาสอบปากคำ สำหรับบัญชีเงินฝากธนาคาร เป็นของนางมณตา 4 บัญชี และเป็นของลูกชายนางมณตาอีก 3 บัญชี มีกระแสเงินหมุนเวียนในบัญชีไม่มากนัก สามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนในคดีนี้ และคดีอื่นๆ ได้

ผู้สื่อข่าวถามถึงบุคคลทั้ง 3 คน ในหนังสือเดินทางที่พบในห้องพักของนางมณตานั้น เป็นใคร รอง ผบก.ป.กล่าวว่า ขอปกปิดไว้ก่อน แต่บอกได้ว่าหนึ่งในนั้นเป็นของ น.ส.จันทนา คชคงไทย หรือหนูนา หนึ่งในผู้เสียหายที่แจ้งความดำเนินคดีนางมณตา โดยทั้ง 3 รายนั้นเป็นผู้หญิง แต่ในรายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้

พ.ต.อ.ชาคริตกล่าวต่อว่า สำหรับหลักฐานอื่นที่พบนั้น สิ่งผิดกฎหมายไม่มี แต่สภาพแวดล้อมของห้องพักหรือนอกห้องพัก ช่วยพิสูจน์ข้อเท็จจริงบางอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีอย่างมาก ขณะที่ทรัพย์สินต่างๆ โดยเฉพาะของมีค่าที่เคยกล่าวหาผู้เสียหาย ก็ไม่พบ ส่วนการพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาอื่นๆ ที่นอกเหนือจากที่พนักงานสอบสวนแจ้งและดำเนินคดี เช่น ข้อหาค้ามนุษย์ ทาง พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ได้กำชับมาแล้ว มอบหมายให้ กก.4 บก.ป. ร่วมกับทาง บก.ปคม.ลงพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบการกระทำผิดต้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการเดินทางของนางมณตา ตามหนังสือเดินทางที่พบ ไปยังประเทศใดบ้าง รอง ผบก.ป.กล่าวว่า พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างไล่ตรวจสอบหนังสือเดินทางทุกเล่มร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ต้องขอเวลาอีกระยะหนึ่ง ยืนยันว่าคดีนี้นอกจากพยานบุคคลแล้ว พนักงานสอบสวนมีพยานหลักฐานอื่นๆ สามารถเอาผิดผู้ต้องหาได้ เมื่อถามถึงการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พ.ต.อ.ชาคริตกล่าวว่า กำลังดำเนินการ แต่โดยประสิทธิภาพของกล้องวงจรปิดตามปกติที่ใช้กันอยู่ปัจจุบัน จะดูข้อมูลย้อนหลังได้ประมาณ 30 วัน แต่เหตุเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคม 2558 คดีของน้องก้อย และในเดือนธันวาคม 2558 คดีของนางสุกัญญา ศิริม่วง คงย้อนไปดูไม่ได้

เมื่อถามถึงกรณีนางมณตา และห้องพักหลายห้อง พ.ต.อ.ชาคริตกล่าวว่า เท่าที่ทราบสำหรับคาร์แคร์ดังกล่าว นางมณตาเช่าจากทางนิติบุคคลอาคารชุด ส่วนห้องพักเช่าให้ลูกชาย และคนติดตามรับใช้ได้อยู่อาศัย แต่ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของนางมณตา น่าจะเป็นเพียงห้องพักเลขที่ 3/551 เพียงห้องเดียวเท่านั้น แต่รายได้หลักของนางมณตา ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ เมื่อถามถึงพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับคดีแอบอ้างเบื้องสูงนั้น มีการเรียกรับผลประโยชน์ด้วยหรือไม่ พ.ต.อ.ชาคริตกล่าวว่า ส่วนนี้ยังมีประเด็นที่ต้องตรวจสอบ

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ทาง พ.ต.อ.ชาคริต และ ร.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศิริเจริญนำ รอง สว. (สอบสวน) กก.1 บก.ป. แจ้งข้อกล่าวหานางมณตาแล้วนั้น ในพฤติการณ์ของนางมณตาพบว่า ผู้ต้องหาดูหมิ่นสถาบัน โดยมักแอบอ้างว่ามีความใกล้ชิดสนิทสนมกับเจ้านายในสถาบันเบื้องสูง ทำการสอบปากคำพยานและผู้ที่เกี่ยวข้อง พนักงานสอบสวนจึงควบคุมตัว แจ้งข้อดูหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อย่างไรก็ตาม ในส่วนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้น พบการกระทำความผิด 3 กรรม ในห้วงปี 2555, 2556 และ 2558 นางมณตามีพฤติกรรมแอบอ้างสถาบัน อวดอ้างว่ามีความสนิทสนมกับเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ ในสถาบันเบื้องสูง มีพฤติกรรมในลักษณะคล้ายกันอีกด้วย