ตร.ขอปชช. มั่นใจหลอดเป่าแอลกอฮอล์ของใหม่ ใช้ครั้งเดียวทิ้ง ปลอดภัยโควิด-19

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อมวลชนและสังคมโซเชียลมีเดียตั้งประเด็นคำถามถึงมาตรการการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีเป่าลมหายใจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในช่วงที่มีการเฝ้าระวังและป้องกันการติดเชื้อไวรัส COVID-19

จากกรณีสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ที่มีการระบาดนั้น ทำให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังและกังวลในเรื่องการติดเชื้อดังกล่าว จึงอาจทำให้เกิดปัญหาไม่กล้าเป่าลมหายใจผ่านเครื่องตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์แบบตรวจยืนยันผล(evidential)ซึ่งเป็นเครื่องที่ใช้ตรวจวัดปริมาณแอลกอร์ฮอลล์ในเลือดโดยการเป่าลมหายใจเข้าเครื่องตรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ตรวจวัดตามจุดตรวจ จุดสกัดในพื้นที่ต่างๆ เพื่อป้องกันการอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากสาเหตุการเมาแล้วขับ หรือ ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ลงไปกำชับและกำกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดมาตรการและแนวทางการปฏิบัติในการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีเป่าลมหายใจโดยให้ผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง หัวหน้าชุดที่ควบคุมการปฎิบัติในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ทำการอบรม ชี้แจง เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านตรวจวัด ให้มีความเข้าใจในการปฎิบัติ พร้อมกำชับให้ใส่หน้ากากอนามัย และสวมถุงมือทุกครั้ง ทำการล้างมืออย่างสม่ำเสมอ โดยให้ผู้ถูกตรวจฉีกซองของหลอดเป่าเอง เพื่อให้ผู้ถูกตรวจมั่นใจว่าเป็นหลอดใหม่ ไม่ได้ใช้ซ้ำ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องทำความสะอาดภายนอกตัวเครื่องตรวจด้วยแอลกอฮอล์ 70% ขึ้นไปทุกครั้งก่อนและหลังใช้ทุกราย โดยหลังจากตรวจวัดเสร็จแล้ว ให้ทิ้งหลอดเป่าที่ใช้แล้วในภาชนะที่ปิดมิดชิด

รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ห้วงนี้ขอความร่วมมือประชาชน หลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่มีความสุ่มเสี่ยง สถานบริการ หรือลดการดื่มสุราหรือของมึนเมาแล้วมาขับขี่รถ การขับขี่รถขณะเมาสุรานั้นถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมายบ้านเมือง และยังมีความเสี่ยงเป็นสาเหตุหลักในการเกิดอุบัติเหตุนำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินอีกด้วยส่วนนึง

โดยการปฎิบัติหน้าที่ตรวจวัดแอลกอฮอลล์ด้วยเครื่องเป่าของเจ้าหน้าที่นั้น จะสังเกตจากพฤติกรรมและลักษณะอาการของผู้ขับขี่เป็นรายๆ ไป ว่าในเบื้องต้นว่าอาจเข้าข่ายการดื่มสุราหรือของมึนเมาแล้วมาขับขี่หรือไม่ อาทิเช่น ผู้ขับขี่มีกลิ่นสุราจากลมหายใจ พูดจาในลักษณะคล้ายคนเมาสุรา หรือมีลักษณะทางกายภาพที่เข้าข่ายว่าอาจจะมีการดื่มสุราแล้วมาขับรถ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะขอทำการตรวจสอบ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อประชาชนผู้สัญจรผ่านไปมาและการจราจรไม่ติดขัดขณะปฎิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจ

โดยขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจในการใช้เครื่องตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีเป่าลมหายใจดังกล่าว และขอให้ความร่วมมือและเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการปฎิบัติหน้าในการป้องกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินต่อผู้ใช้รถใช้ถนนให้เกิดความปลอดภัย

อีกทั้งผู้บังคับบัญชาในทุกพื้นที่มีการลงไปกำกับดูแล ตรวจสอบความพร้อมของเจ้าหน้าประจำจุดตรวจ จุดสกัด อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในการปฎิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานและประชาชน ในห้วงที่มีการเฝ้าระวังและป้องกันการติดเชื้อ covid-19

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ตัวแทนโร่ปัดข่าว ‘เมสซี่’ จ่าย 4 ล้านช่วย ‘โรนัลดินโญ่’ พ้นคดีพาสปอร์ตปลอม
บทความถัดไป‘จตุพร’ อัด รบ.ไม่มีมาตรการชัดเจนแก้วิกฤตโควิด-19 ยังไม่คิดเสียสละ เชื่อว่าจบไม่สวย