“สราวุธ” เลขาฯศาลยุติธรรม เผยปชช-ทนายความ เข้าถึงเทคโนโลยีมากขึ้นยื่นฟ้องผ่าน e-Filing เกือบ2.5หมื่นคดี ประหยัดค่าใช้จ่าย ตัวไม่ต้องมาศาล หลีกเลี่ยง วิกฤตโควิด19 พบ เดือน ก.พ.ที่ผ่านมาอ่านคำพิพากษาผ่านจอภาพ จำนวนมาก
เมื่อวันที่ 18 มี.ค.นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ได้ กล่าวถึงความคืบหน้าของการพัฒนาระบบยื่นคำฟ้องอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Filing (ใช้เฉพาะคดีเเพ่ง)ว่าสถิติการใช้งานการยื่นส่งและรับคำคู่ความและเอกสารบนส่งและรับคำคู่ความและเอกสารทางระบบรับ-ส่งอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing Version 3) ของศาลยุติธรรมทั่วประเทศเริ่มใช้งานตั้งแต่เดือน ต.ค. 2562 ซึ่งปัจจุบันศาลจังหวัด ศาลแขวง และศาลชั้นต้นในกรุงเทพมหานคร สามารถให้บริการยื่นฟ้องทางระบบดังกล่าวในประเภทคดีแพ่งทั่วไปแล้วและมีปริมาณการฟ้องคดีผ่านระบบ e-Filing เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยปริมาณคดีที่มีการยื่นฟ้องผ่านระบบดังกล่าวมีจำนวนทั้งสิ้น 24,223 คดี (ข้อมูล ณ วันที่ 17มี.ค.63) โดยส่วนมากจะเป็นคดีที่ผู้ประกอบธุรกิจเป็นโจทก์ กว่า 23,600 คดี
จากการประชุมในครั้งนี้เมื่อตรวจสอบปริมาณคดีที่มีการยื่นฟ้องผ่านระบบ e-Filing Version 3 ของศาลในสังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 1 พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 4,046 คดีคิดเป็นร้อยละ 29 ของปริมาณคดีที่มีการยื่นฟ้องผ่านระบบดังกล่าวของศาลยุติธรรมทั่วประเทศโดยค่าธรรมเนียมในการยื่นฟ้องผ่านระบบ e-Filing Version 3 ของศาลในสังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 1 มีจำนวน 7,753,707 คิดเป็นร้อยละ 18.45 ของค่าธรรมเนียม ในการยื่นฟ้องผ่านระบบดังกล่าวทั่วประเทศจำนวนทั้งสิ้น 42,034,282บาท โดยภายหลังการประชุมดังกล่าวคณะทำงานฯจะดำเนินการติดตามผลการดำเนินงาน ด้านการใช้งานระบบ e-Filing รวมถึงรวบรวมข้อมูลเชิงสถิติและปัญหาข้อขัดข้องต่าง ๆ พร้อมแนวทางแก้ไขภายในเดือนเม.ย.2563 เพื่อนำมาประเมินผลและพัฒนาระบบต่อไปอีก
นอกจากนี้นายสราวุธ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ยังเผยถึง การใช้ระบบสื่อสารทางไกลผ่านจอภาพ (Video Conference) เเละระบบสื่อสารทางไกลผ่านจอภาพที่ใช้เทคโนโลยีแบบ Web Conference ในช่วงเดือน ก.พ. 63 ที่ผ่านมาว่า
จากข้อมูลสถิติจากพบว่ามีการใช้ระบบ (Video Conference) รวมทั้งสิ้น 851 ครั้งโดยสามารถสรุปข้อมูลเรียงลำดับมากไปหาน้อยจากการใช้งานคือ 1.ใช้ในการอ่านคำพิพากษา/คำสั่ง/คำร้อง 415 ครั้ง 2.ใช้สืบพยาน300ครั้ง 3.ใช้ในการประชุม 46 ครั้ง 4.ภารกิจอื่นๆเช่นทดสอบสัญญาณ 45 ครั้ง
ส่วนการใช้ Web Conference อันดับ1.ใช้ใน ประชุม 1,716ครั้ง 2.ใช้ในการสนับสนุนการเรียนการสอน1,174ครั้ง 3.ภารกิจอื่นๆเช่นการทดสอบสัญญาณ 509 ครั้ง 4. ใช้ในการอ่านคำพิพากษา/คำสั่ง/คำร้อง 187ครั้ง 5.ใช้ในการผัดฟ้องฝากขัง 179 ครั้ง 6.ใช้ในการสืบพยาน 51 ครั้ง 7.ใช้ในการไกล่เกลี่ย 22 ครั้ง รวม 3,838 ครั้ง
“จะเห็นได้ว่าในช่วงหลังนี้มีคดีที่เข้าสู่ระบบของศาลยุติธรรมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นจำนวนมากซึ่งเป็นผลมาจากการมุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์เพื่อให้บุคลากรในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม ทนายความ และประชาชนผู้สนใจมีความรู้ความเข้าใจในการใช้งานระบบดังกล่าว ซึ่งเทคโนโลยีอันนี้จะเป็นการช่วยลดภาระของประชาชน ในการประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องการเดินทางมาติดต่อราชการ ซึ่งในช่วงที่สอดรับกับภาวะการเสี่ยงวิกฤติโรคระบาดที่เผชิญอยู่จะเป็นประโยชน์มาก”เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมกล่าว

