ตร.สน.เพชรเกษมดักหน้าเด็กแว้นซ้อน 3 พุ่งชนดับรวด เหตุไม่สวมกันน็อก ตร.เจ็บ 2

10.07.16 | 13:39 น.

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ต.ท.ประสงค์ ชำนาญศิลป์ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ภาษีเจริญ รับแจ้งจากห้องฉุกเฉิน รพ.เพชรเกษม 2 ว่ามีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจไล่จับกุมเด็กแว้นเข้ามารักษาตัว รวม 5 ราย จึงรีบประสานแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งไปตรวจสอบ

ที่บริเวณหน้าห้องฉุกเฉินพบกลุ่มเด็กแว้นและสาวสก๊อยกว่า 30 คน พากันขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอดจับกลุ่มพูดคุยกันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยในห้องฉุกเฉิน ศพนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี นายบี (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี และ น.ส.ซี (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ซึ่งแต่ละรายเสียชีวิตในสภาพมีบาดแผลแตกที่ศีรษะ ตามใบหน้า และถลอกตามร่างกายหลายแห่ง ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย ชื่อ ส.ต.ต.พิพัฒน์พร เก้าเอี้ยน มีอาการหมดสติ กระดูกคอเคลื่อน ฟันหน้าหัก 3 ซี่ และ ส.ต.ต.ญาณภัทร ปรีชาสนธิกุล บาดเจ็บหัวไหล่ซ้ายหลุด ดั้งจมูกแตก ทั้ง 2 นายเป็นเจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.เพชรเกษม ถูกแยกนำตัวเข้าห้องรอรักษาและดูอาการบริเวณชั้น 6 ท่ามกลางการอารักขาจากเพื่อนๆ สายตรวจเกือบ 10 นาย

จากการสอบสวน นายบรรเจิด เที่ยงธรรม อายุ 20 ปี ชาว จ.สมุทรสาคร เพื่อนฝ่ายผู้ตาย ให้การว่าก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงตี 2 ที่ผ่านมา พวกตนกว่า 20 คน ใช้จักรยานยนต์เป็นยานพาหนะกว่า 10 คัน ได้พากันขับขี่รถเล่นจากบ้านพักย่านเพชรเกษมไปทำบุญที่วัดบุคคโล โดยเมื่อไหว้พระกันเสร็จก็พากันขับรถกลับ ระหว่างทางผ่านถนนบางแค บริเวณปากซอย 12 เห็นสายตรวจ สน.เพชรเกษม ทั้ง 2 นาย ขับรถตราโล่ ทะเบียน 94716 ใช้ความเร็วไล่หลังมาและพยายามเข้าจับกุม ด้วยความตกใจพวกตนจึงเร่งเครื่องหนี แต่รถจักรยานยนต์ของฝ่ายผู้ตาย ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดงดำ ทะเบียน ษงพ 486 กรุงเทพมหานคร ที่มีนายเอเป็นคนขับขี่ นายบีนั่งตรงกลาง และ น.ส.ซีซ้อนท้ายสุด แบบอัดสามหนีไม่ทัน ทำให้ถูกสายตรวจขับไปดักหน้า และเบรกไม่อยู่พุ่งชนกันจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ด้าน ส.ต.ต.ญาณภัทรกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนซ้อนท้าย ส.ต.ต.พิพัฒน์พร คู่บัดดี้สายตรวจพากันตระเวนออกปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่รับผิดชอบ เห็นกลุ่มวัยรุ่นกว่า 20 คน รวมตัวกันขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยายนต์กว่า 10 คันผ่านมา โดยที่แต่ละคนไม่สวมหมวกนิรภัย พวกตนจึงพยายามจะเข้าไปเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจค้นตามนโยบายปราบปรามเด็กแว้นของผู้บังคับบัญชา ปรากฏว่าทั้งหมดได้เร่งเครื่องหลบหนี ซึ่ง ส.ต.ต.พิพัฒน์พรก็เร่งเครื่องตามไปใช้ความเร็วประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนกระทั่งตามทันรถของฝ่ายผู้ตายที่มากันแบบอัดสามและไม่สวมหมวกนิรภัย ส.ต.ต.พิพัฒน์พรจึงแซงไปดักปาดหน้า แทนที่ฝ่ายผู้ตายจะหยุดรถให้ตรวจสอบแต่โดยดีกลับพยายามเร่งเครื่องหนีต่อไป จนรถของฝ่ายผู้ตายชนรถจักรยานยนต์สายตรวจบริเวณล้อหน้า เป็นเหตุให้พลิกคว่ำทั้งสองฝ่าย โดยตนและคู่บัดดี้ก็ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ไปด้วย

ขณะที่ พ.ต.อ.สุพีรณัฐ สัตตธนชัยภัทร รอง ผบก.น.9 ซึ่งดูแลรับผิดชอบด้านการป้องกันและปราบปราม กล่าวว่า ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นทราบว่าเป็นอุบัติเหตุจากการปฏิบัติตามยุทธวิธีของเจ้าหน้าที่ แต่ฝ่ายคู่กรณีโชคร้ายที่ไม่มีใครสวมหมวกนิรภัยจึงเกิดความสูญเสียขึ้น ขณะนี้สั่งการให้ พ.ต.ท.ไพโรจน์ ไตรธรรม รอง ผกก.ป.สน.เพชรเกษม และ พ.ต.ท.กนกศักดิ์ สุมงคล สวป.สน.เพชรเกษม นำกำลังไปดูแลตำรวจทั้ง 2 ราย ที่ได้รับบาดเจ็บแล้ว ทั้งยังกำชับให้ ร.ต.อ.ออมสิน สีดามาตย์ รอง สว.(สอบสวน) สน.เพชรเกษม ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนเร่งรวบรวมข้อมูลทำคดีอย่างตรงไปตรงมา หากทางญาติของคู่กรณีเห็นว่าตำรวจกระทำการเกินกว่าเหตุ ก็ให้นำพยานหลักฐานมาประกอบในสำนวนคดีได้ซึ่งตนยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย

Advertisement