ส.ป.ก.กาญจน์เผยปชช.แห่ให้เบาะแสอีก วัดป่าหลวงตาบัวบุกยึดที่ดิน

10.07.16 | 17:50 น.

วันที่ 10 กรกฎาคม นายวัชรินทร์ วากะมะนนท์ ปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) กาญจนบุรี เปิดเผยว่า หลังจากที่ ส.ป.ก.กาญจนบุรี เปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.โดยนายทุนหรือกลุ่มผู้มีอิทธิพล ตลอดจนการออกเอกสาร ส.ค.1 น.ส.3 หรือโฉนด โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยให้โทรแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-3456-4320 เบอร์มือถือ 09-3326-4991 (ปฏิรูปที่ดินจังหวัดกาญจนบุรี) หรือโทรสายด่วน 1764 หรือส่งหนังสือร้องเรียนมาที่ สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดกาญจนบุรี 100/22 ถ.แม่น้ำแม่กลอง ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ( 71000 ) ปรากฏว่าได้มีประชาชนโทรเข้ามาร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าได้ผลตอบรับเกินคาด แสดงให้เห็นว่ายังมีประชาชนอีกเป็นจำนวนมากต้องการที่จะร้องเรียน แต่ที่ผ่านมาประชาชนไม่รู้ว่าจะไปร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาการบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.ได้ที่ใด และเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยภายหลังจากร้องเรียน ซึ่ง ส.ป.ก.กาญจนบุรี จะเก็บข้อมูลที่ได้รับการร้องเรียนไว้เป็นความลับ โดยจะส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ในทันที และล่าสุดเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับการร้องเรียนเพิ่มเติม ในพื้นที่ หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ข้างเคียงกับวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน รวมอีก 2 แปลง โดยแต่ละแปลงมีเนื้อที่มากกว่า 500 ไร่ แต่อย่างไรก็ตามการเข้าไปตรวจสอบพื้นที่แต่ละแปลงตามที่ได้รับการร้องเรียน จะต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ครอบครองที่ดินด้วย

พร้อมกันนี้ทาง ส.ป.ก.จะร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี ดำเนินการตรวจสอบวัดทั้งหมดในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ที่ขอใช้ประโยชน์ที่ดินในเขต ส.ป.ก.เพื่อกำหนดให้ใช้ประโยชน์เพื่อประกอบกิจการทางพุทธศาสนาเป็นหลักเท่านั้น หากพบว่ามีการใช้ประโยชน์ในที่ดินผิดเงื่อนไข หรือมากเกินความจำเป็น ก็จะพิจารณาลดขนาดจำนวนเนื้อที่ลง

“สำหรับที่ดิน ส.ป.ก.ที่วัดป่าหลวงตาบัว ได้บุกรุกจำนวน 931-0-83 ไร่ และที่ดินข้างเคียงที่ถูกบุกรุก ซึ่งติดกับถนนสาย 323 หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค เนื้อที่ จำนวน 1,263 ไร่ ซึ่งภายในพื้นที่ดังกล่าวพบสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 2 หลัง แต่ไม่ได้เพาะปลูกพืชเกษตรแต่อย่างใด ทาง ส.ป.ก.ได้นำป้ายไปติดตั้งแสดงกรรมสิทธิ์ของ ส.ป.ก. โดยอาศัยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 36/2559 ลงวันที่ 5 ก.ค.59 เรื่องมาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 นั้น รวมเนื้อที่ทั้ง 2 แปลงดังกล่าว ประมาณ 2,200 ไร่ ทาง ส.ป.ก.จะนำมาจัดสรรเป็นที่ดินแปลงรวมประมาณ 1,000 ไร่ และในส่วนที่เหลืออีก 1,000 ไร่ จะนำไปจัดสรรให้กับเกษตรกรรายละ 3 ไร่ ซึ่งจะสามารถจัดสรรให้กับเกษตรได้กว่า 300 ราย ส่วนสิ่งปลูกสร้างมูลค่ามหาศาลภายในพื้นที่ที่วัดป่าหลวงตาบัว จะได้แจ้งให้ผู้ครอบครองมาทำการรื้อถอนออกไปจากพื้นที่ แต่หากไม่รื้อถอน ทาง ส.ป.ก.จะนำมาบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกร เบื้องต้นในส่วนของอาคารที่พักคนงาน ซึ่งเป็นตึก 4 ชั้น และอาคารห้องน้ำ อาจจะนำมาจัดสรรให้กับเกษตรกรได้อยู่อาศัย ส่วนพระมหาเจดีย์ ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้าง อาจจะนำมาจัดเป็นสถานที่เก็บและแปรรูปสินค้าเกษตรของเกษตรกรในรูปแบบสหกรณ์ต่อไป สำหรับที่ดินที่ถูกบุกรุก ทั้ง 2 แปลงใหญ่ รวมเนื้อที่ประมาณ 2,200 ไร่ จะนำมาจัดสรรเป็นที่ดินแปลงรวมประมาณ 1,000 ไร่ และในส่วนที่เหลืออีก 1,000 ไร่ จะนำไปจัดสรรให้กับเกษตรกรรายละ 3 ไร่ ซึ่งจะสามารถจัดสรรให้กับเกษตรได้กว่า 300 ราย” นายวัชรินทร์กล่าว

นอกจากนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับที่ดินแปลงที่มีเนื้อที่ จำนวน 1,263 ไร่ ซึ่งมีป้ายแสดงความเป็นเจ้าของไว้อย่างชัดเจน โดยป้ายดังกล่าวมีข้อความเขียนไว้ว่า “พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลของ น.ส.เพียงใจ หาญพาณิชย์ ผู้บุกรุกจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย” ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เป็นชาวบ้านในพื้นที่เกี่ยวกับที่ดินแปลงดังกล่าว ทราบแต่เพียงว่าเป็นของบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ด้านบ้านจัดสรรแห่งหนึ่งเท่านั้น ส่วนข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรไม่มีใครทราบ โดยกว้านซื้อเมื่อประมาณปี 2531-2534 ในสมัยที่ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี