ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 กรกฎาคม ที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมพล.ต.ต.ฐากูร นัทธีศรี บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จ.) นครราชสีมา, พ.อ.พิจิตร ไผ่นา หัวหน้ากองข่าว มณฑลทหารบกที่ 21 (มทบ.21) กองทัพภาคที่ 2 และเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองชุดปฏิบัติการ ร่วมแถลงผลการปราบปรามการแข่งรถจักรยานยนต์ในทางสาธารณะ ตามคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558 ลง 22 ก.ค. 2558 และคำสั่ง ปฏิบัติการระหว่างวันที่ 1-9 ก.ค. สามารถตรวจยึดรถจักรยานยนต์ แข่งขัน ดัดแปลง แต่งซิ่ง จำนวน 300 คัน ท่อไอเสียเสียงดังผิดกฎหมาย จำนวน 102 อัน ตรวจร้านซ่อมตกแต่ง รถจักรยานยนต์ จำนวน 121 ร้าน สำหรับสถิติผลการจับกุมข้อหาต่างๆ ดังนี้ ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว จำนวน 29 ราย ดัดแปลงสภาพรถหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถ จำนวน 71 คัน ขับขี่รถท่อไอเสียเสียงดัง จำนวน 66 คัน อุปกรณ์ส่วนควบไม่ครบถ้วน จำนวน 32 คัน ตรวจสอบรถไม่มีหลักฐาน จำนวน 101 คัน
ด้าน พล.ต.ต.ฐากูร ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า นอกจากความผิดที่เยาวชนรวมกลุ่มมั่วสุมขับขี่แข่งขันรถจักรยานยนต์แล้ว ผู้ปกครองของเยาวชนที่กระทำผิด จะถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาสนับสนุน หรือปล่อยปละละเลย ไม่ยับยั้งออกนอกลู่นอกทาง สำหรับโทษครั้งแรกจะว่ากล่าวตักเตือนทำทัณฑ์บน หากพบกระทำความผิดซ้ำอีก ผู้ปกครองจะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ประกอบการร้านซ่อม ตกแต่งดัดแปลงสภาพรถ เพื่อใช้ในการแข่งขัน หากการกระทำนั้น เป็นการตระเตรียม ยุยง ส่งเสริม นำไปสู่การแข่งขันรถจักรยานยนต์กัน ผู้ประกอบการต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับตั้งแต่ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

