วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 เมื่อเวลา 10.00 น. นายพัทยา แวววุฒินันท์ หน.หน่วยป้องกันรักษาป่า นม.7 อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป่าไม้จำนวนกว่า 40 นาย ร่วมกับ ร.ต.ประเทีอง หงส์กลาง หัวหน้าชุดประสานงาน กรมการทหารพัฒนา ที่ 2 ค่ายสุรนารี กำลังเจ้าหน้าที่ทหารอีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ อ.ส.อำเภอด่านขุนทด และองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบง กว่า 60 นาย เข้าไปทำการทุบทิ้งรื้อถอนฟาร์มวัวไม่มีเลขที่ บ้านห้วยบง ต.ห้วยบง อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ที่เป็นทั้งคอกวัว อาคารเก็บฟาง บ้านพักคนงานและอื่นๆรวม 7 หลัง โดยไม่มีการขัดขวางแต่อย่างใด
นายพัทยา เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากมีการตรวจสอบพบว่าฟาร์มวัวแห่งนี้ทำการก่อสร้างบุกรุกเข้าไปในเขตป่าสงวนเทือกเขาดงกระสัง-ลำพญากลาง ประมาณ 420 ไร่ จึงได้ทำการแจ้งให้ นายมานพ ตู้เพชร ผู้ควบคุมดูแลฟาร์มทราบ พร้อมกับนำคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมและรักษาป่าสงวนแห่งชาติป่าดงกระสังและป่าลำพญากลาง จังหวัดนครราชสีมา มาติดประกาศให้ทราบว่า ให้ทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกไปจากเขตป่าสงวน ภายใน 30 วัน โดยติดประกาศไว้ที่อำเภอด่านขุนทด องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบง ที่ทำการกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และที่ฟาร์ม จนกระทั่งครบกำหนดตามที่ประกาศไว้ และยังยืดเวลาไปจนครบ 60 วัน ปรากฏว่าเจ้าของฟาร์มยังคงเพิกเฉย ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ตนจึงสนธิกำลังฝ่ายต่างๆดังกล่าว มาทำการทุบทิ้งรื้อถอนออกไป
ด้านนายมานพกล่าวว่า ตนไม่ทราบมาก่อนว่าจะมีเจ้าหน้าที่มาทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของฟาร์มในวันนี้ และไม่ทราบมาก่อนว่าพื้นที่ก่อสร้างฟาร์มเป็นเขตป่าสงวน ตนเป็นเพียงผู้จัดการดูแลฟาร์มเท่านั้น ไม่ใช่เจ้าของผู้ครอบครองแต่อย่างใด ซึ่งตนจะต้องแจ้งให้เจ้าของฟาร์ม ได้แก่นายสมชาย ลิ้มชูวงศ์ พ่อค้ารายหนึ่งในอำเภอด่านขุนทด ทราบเสียก่อน และต่อรองกับเจ้าหน้าที่ว่าอย่าเพิ่งรื้อถอนบ้านพักคนงาน เกรงว่าจะหาที่อยู่ลำบาก ซึ่งเจ้าหน้าที่อนุโลมให้อยู่ต่อได้อีก 4 วัน

ขณะที่นายสุทิน รวมทรัพย์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบง เปิดเผยว่าว่า ที่ผ่านมามีราษฎรหลายรายทำการบุกรุกป่าสงวนแห่งนี้นับหมื่นไร่ โดยอ้างว่าไม่ทราบว่าเป็นเขตป่าสงวน เพราะเจ้าหน้าที่ไม่เคยประกาศให้ทราบแต่อย่างใด อีกทั้งยังไม่มีการปักหลักเขตที่ชัดเจน แต่กลับพบหลักเขตที่ไม่ได้ใช้งานถูกทิ้งกองในป่าจำนวนมาก จนไม่รู้ว่าตรงไหนคือเขตป่าสงวน
เช่นเดียวกับนายสมชาย บางพิทักษ์ อดีตเลขาสภาตำบลห้วยบง เปิดเผยว่าบริเวณดังกล่าวเป็นป่าสงวนดงกระสัง-ลำพญากลางจริง แต่ที่มีการบุกรุกจำนวนมากเช่นนี้ มีบางรายถึงกับออกเป็นโฉนดที่ดิน สาเหตุส่วนหนึ่งตนคิดว่าน่าจะเกิดจากการหย่อนยานการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ส่วนนายสมชาย ลิ้มชูวงศ์ อายุ 58 ปี เจ้าของฟาร์มดังกล่าว เปิดเผยว่าตนซื้อที่ดินมาจากชาวบ้านอย่างถูกต้อง จำนวน 2 แปลง มีเนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ โดยไม่ทราบเลยว่าที่ดินดังกล่าวจะบุกรุกเข้าไปในเขตป่าสงวน ตนได้สอบถามกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ปกครองท้องที่ต่างๆ ต่างไม่มีใครทราบว่าเป็นเขตป่าสงวนแต่อย่างใด และตนก็ครอบครองโดยเปิดเผยมาตั้งแต่ปี 2535 รวมเวลากว่า 20 ปี ก็ยังไม่มีใครมาโต้แย้งใดๆเลย ตนจึงแปลกใจมากว่าอยู่ๆเจ้าหน้าที่มาทำการรื้อถอนได้อย่างไร คงจะต้องปรึษาผู้รู้กฎหมายเพื่อดำเนินการต่อไป

