ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 12 กรกฎาคม ร.ต.อ.ธีรทัศน์ ธรรมรัตน์ ร้อยเวร สภ.ทุ่งลุง อ.หาดใหญ่ รับแจ้งจากคนเก็บของเก่าว่าพบศพทารกเสียชีวิตอยู่ในกระเป๋าใส่ของ ถูกนำมาวางไว้ใต้เพิงขายของร้างริมถนนกาญจนวนิช ขาเข้าหาดใหญ่ ใกล้กับปากทางเข้าโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย 2 หมู่ 5 ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.เสกสรรค์ ชูรังสฤษฎิ์ ผกก.สภ.ทุ่งลุง หน่วยกู้ชีพบ้านพรุ พบกระเป๋ากระสอบถูกวางไว้ใต้เพิงขายของซึ่งรกร้าง มีวัชพืชขึ้นปกคลุมยากที่ผู้ผ่านไปมาจะสังเกตเห็น ปากกระเป๋ารูดซิปเปิดไว้ประมาณ 1 คืบ เพื่อให้อากาศเข้าไป และภายในกระเป๋าเจ้าหน้าที่ต้องพบกับภาพที่สลดหดหู่ มีศพของทารกนอนเสียชีวิตอยู่ภายในสภาพเริ่มขึ้นอืดและส่งกลิ่นเหม็น คาดว่าเสียชีวิตมาแล้ว 3-4 วัน และได้ประสานแพทย์ รพ.สงขลานครินทร์ร่วมชันสูตรศพอย่างละเอียด พบเป็นศพของทารกเพศชายแรกคลอดอายุไม่เกิน 1 เดือน ห่อด้วยผ้าอ้อม และภายในยังมีเสื้อผ้าเด็ก ผ้าอ้อมและแป้ง ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิตน่าจะมาจากขาดอากาศหายใจและอากาศที่ร้อนอบอ้าว เนื่องจากอยู่ในกระเป๋ากระสอบเป็นเวลานาน เจ้าหน้าที่จึงส่งศพทารกไปชันสูตรอย่างละเอียดที่ รพ.สงขลานครินทร์
ด้านเจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพที่เกิดเหตุและลักษณะของทารก รวมทั้งสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่อยู่ในกระเป๋า คาดว่าพ่อหรือแม่ที่นำมาทิ้งไม่ได้จงใจที่จะให้เสียชีวิต โดยต้องการให้ผู้ที่มาพบเห็นช่วยเหลือ แต่จุดที่นำกระเป๋าไปวางไว้อยู่ในมุมอับ ใต้เพิงขายของร้าง ซึ่งมีหญ้าและวัชพืชขึ้นปกคลุมยากที่จะสังเกตเห็นและเป็นเส้นทางรถวิ่งผ่านแม้จะส่งเสียงร้องก็อาจจะไม่ได้ยิน ทำให้ทารกเสียชีวิตอย่างน่าเวทนาเพราะอยู่ในกระเป๋านานเกินไป
พ.ต.อ.เสกสรรค์เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งหาเบาะแสของผู้ที่นำทารกมาทิ้งไว้ รวมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงย้อนหลังหาตัวผู้ต้องสงสัยที่พากระเป๋าในลักษณะดังกล่าว เพื่อหาพ่อและแม่มาดำเนินคดี คาดว่าอาจจะเป็นวัยรุ่นหรือหนุ่มสาวโรงงานที่ตั้งท้องโดยไม่พร้อมและมีปัญหาครอบครัว

