วันที่ 13 กรกฎาคม 2559 ความคืบหน้าคดีนายภาสพล หรือตุ้ม รัตนตยาธิคุณ อายุ 45 ปี ถูกยิงเสียชีวิตและทิ้งศพไว้ข้างถนนสายกาฬสินธุ์-สกลนคร บริเวณก่อนถึงจุดชมวิวผาเสวย 100 เมตร ต.ผาเสวย อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 59 ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ติดตามก่อนจับกุมทีมอุ้มฆ่าจำนวน 3 ราย และได้ซักทอดว่านายวิรัช หรือกอง รัตนตยาธิคุณ บิดาของนายภาสพล ผู้ตายเป็นผู้จ้างวานฆ่าลูกชายตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น. นายนำชัย บัวพัฒน์ หรือ นุต อายุ 45 ปี หนึ่งในทีมอุ้มฆ่านายภาสพล และเป็นผู้ต้องหาคนที่ 5 ตามหมายจับของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ จ 159 /2559 ลงวันที่ 17 พ.ค.2559 ซึ่งถูกผู้ต้องหาที่ถูกจับก่อนหน้านี้ซัดทอดและอ้างว่านายนำชัย ทำหน้าที่เป็นคนขับรถนำทางทีมอุ้มฆ่าทั้งหมดนำตัวนายภาสพลไปยังจุดเกิดเหตุ และเป็นมือปืนที่ลั่นไกสังหารนายภาสพล ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน นำโดยพ.ต.อ.วิเชียร พินดวง รองผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี รองผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ทศพร จิเนราวัต ผกก.สมเด็จ ระดมกำลังไล่ล่ากดดันอย่างหนัก และเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยถูกฆ่าปิดปากจากผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนีอีก 1 คน
นายนำชัย ให้การยอมรับว่าอยู่ในกลุ่มที่อุ้มตัวนายภาสพลจริง โดยทำหน้าที่เป็นเพียงคนขับรถนำตัวมาจากกรุงเทพฯ เท่านั้น ไม่ได้เป็นผู้ลงมือยิงนายภาสพล โดยบอกผู้ตายว่าจะพาไปค่ายทหารที่ จ.สกลนคร กระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณถนนกาฬสินธุ์-สกลนคร ต.ผาเสวย อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ผู้ตายปวดปัสสาวะจึงจอดรถให้ลงไปปัสสาวะข้างทาง จากนั้นก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งทั้งหมดบอกว่าให้ขับรถกลับได้แล้ว ตนจึงขับรถออกไป ซึ่งหลังเกิดเหตุได้หลบหนีกระทั่งตัดสินใจเข้ามอบตัวดังกล่าว

ด้านพล.ต.ต.อภิชิต กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจสามารถจับกุมทีมอุ้มฆ่านายภาสพล ได้ทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วยนายมนูญ หรือสิทธิ์ฐิคมน์ ภัทรเมธาพร อายุ 49 ปี อดีตนายทหารบกยศ พ.อ. และนายกิตติภพ หรือเฉลา เครือไย อายุ 54 ปี อดีตนายทหารบกยศ ร.อ. ส่วนจ.ส.อ.ชูชัย พิมพิทักษ์ อายุ 44 ปี และนายวิรัช บิดาของนายภาสพลผู้ตาย ที่ถูกซัดทอดว่าเป็นผู้จ้างวานฆ่าลูกชายนั้นได้เข้ามอบตัว และล่าสุดคือนายนำชัย บัวพัฒน์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับรายที่ 5 ส่วนผู้ร่วมขบวนการอีก 1 คน ที่ยังหลบหนี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ระดมกำลังติดตามไล่ล่าอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุต่อไป

