หลักฐานมัด! ตร.พบเส้นทางเงิน ชี้ ‘เเคนดี้ รากเเก่น’ ไม่ได้นำเอทานอล ทำเจลล้างมือบริจาค

3.04.20 | 11:55 น.

หลักฐานมัด! ตร.พบเส้นทางเงิน ชี้ ‘เเคนดี้ รากเเก่น’ ไม่ได้นำเอทานอลทำเจลล้างมือบริจาค

ผกก.ปากเกร็ดยันมีหลักฐานมัดเเคนดี้ รากเเก่น ไม่ได้นำเอทานอลไปทำเจลล้างมือบริจาคอย่างที่เจ้าตัวอ้าง

เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด เผยถึงการดำเนินคดี น.ส.วาทินี หรือเเคนดี้ รากเเก่น นักร้องสาวว่า คดีดังกล่าวเริ่มจากได้มีชาวบ้านในอำเภอปากเกร็ดจังหวัดนนทบุรีได้รับทราบเหตุว่ามีรถ 10 ล้อบรรทุกเอทานอลเป็นหมื่นลิตร ซึ่งเอทานอลเป็นวัตถุไวไฟเเละมีการลากสายบรรจุในถัง 200 ลิตร จำนวน 50 ถัง ชาวบ้านกลัวว่าจะเกิดไฟลุกไหม้จึงแจ้งตำรวจ เมื่อตำรวจไปที่เกิดเหตุก็พบรถบรรทุกคันดังกล่าวพร้อมทั้งถังน้ำมันอยู่หน้าบ้านอีก 47 ถัง ซึ่งบรรจุเอทานอลเรียบร้อยแล้ว (อ่านข่าวเกี่ยวข้อง :  แคนดี้ รากแก่น พบตร. คดีร่วมครอบครองแอลกอฮอล์ 10,000 ลิตร )

จากการตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าวก็พบเจลแอลกอฮอล์ซึ่งไม่มี อย. เเละมี อย.ปลอม จากการสืบสวนของตำรวจพบว่าเจ้าของเอทานอล ดังกล่าวมีด้วยกัน 4 คน ประกอบด้วย 1.น.ส.นันทพันธ์ หรือดาว พิสิษฐ์เดโช 2.น.ส.วาทินี หรือเเคนดี้ รากเเก่น 3.น.ส.ราวีส์ หรือเเอนดี้ พิมพ์พิพัฒน ซึ่งเป็นเพื่อนกับเเคนดี้ เเละ 4.บริษัท ซีดีเอ็มพลัส (ประเทศไทยจำกัด) ซึ่งตั้งอยู่เชียงใหม่

 

ซึ่งคดีเอทานอล 1 หมื่นลิตรนี้มีทั้งประเทศ 11 โรงงาน ที่ต้องส่งไปตามปั๊มน้ำมัน เเต่ช่วงนี้รัฐบาลมีการผ่อนปรนให้สามารถนำเอทานอลไปทำเป็นเจลล้างมือได้ ซึ่งจะมีแค่สองกลุ่มที่ครอบครองได้คือโรงงานกับคนที่ขออนุญาตสรรพสามิตจังหวัด แต่คดีนี้มาจากการสมคบคิดที่กระทำความผิด โดยการไปยื่นคำขออันเป็นเท็จที่สรรพสามิตเชียงใหม่ ว่าได้ขอซื้อเอทานอล 1 หมื่นลิตร จากโรงงานที่จังหวัดปราจีนบุรีเพื่อนำไปบริจาค และได้ในราคาปลอดภาษี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหาร่วมกันมีไว้ครอบครองซึ่งสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษีอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตฯ, พ.ร.บ.เครื่องสำอาง, พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ

โดยตอนนี้มีผู้ต้องหาถูกจับกุมในที่เกิดเหตุคือ น.ส.นันทพันธ์ หรือดาว ส่วน น.ส.วาทินี หรือเเคนดี้ ก็ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา โดย น.ส.วาทินี ได้ให้การปฏิเสธ ว่ามีเจตนาที่จะต้องการนำไปบริจาค ส่วน น.ส.ราวีส์ นัดหมายว่าจะพบเจ้าหน้าที่วันนี้ยังไม่ระบุเวลา ส่วนผู้ต้องหาที่ 4 ซึ่งเป็นบริษัทนิติบุคคลที่อยู่เชียงใหม่ยังไม่มาพบพนักงานสอบสวน มิเช่นนั้นอาจดำเนินการเรื่องหมายจับ

Advertisement

สำหรับคดีนี้ทางเจ้าที่ตำรวจมีพยานบุคคลและเอกสารรวมถึงเส้นทางการเงิน เเต่รายละเอียดอยู่ในสำนวน ซึ่งในสำนวนตำรวจทราบว่าจะมีการนำสิ่งของเหล่านี้ไปจำหน่ายต่อไม่ใช่การบริจาค ซึ่งอัตราโทษดังกล่าวจะเป็นโทษปรับ 10 เท่าของภาษีซึ่งเอทานอล 1 หมื่นลิตร ทั้งสี่คนจะโดนโทษปรับสูงสุดถึงคนละ 600,000 บาท