วันที่ 14 กรกฎาคม ภายหลังจากเมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 13 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.อ่างทอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทองได้ร่วมติดตามจับกุมนายอิทธิชัย หรือบัส กิ่งแก้ว อายุ 25 ปี ได้ที่บริเวณศาลารอรถริมถนนสายเอเชีย หน้าปั๊มน้ำมันร่มไทร หมู่ 5 ต.บ้านอิฐ อ.เมือง จ.อ่างทอง หลังได้ก่อเหตุใช้มีดทำครัวปาดคอ น.ส.ชนาภา คุ้มไพฑูรย์ อายุ 46 ปี ผู้เป็นแม่เสียชีวิต และนายนาต กิ่งแก้ว อายุ 49 ปี ผู้เป็นพ่อได้รับบาดเจ็บที่บริเวณแขนขวา
เบื้องต้นให้การรับสารภาพทำไปด้วยความโมโหและโกรธแค้นที่ผู้เป็นแม่ น.ส.ชนาภาชอบดุด่าเป็นประจำทำให้ตนเองเกิดความอายและแค้นใจใช้มีดทำร้ายโดยการเชือดคอแม่ และเมื่อเห็นพ่อ นายนาตเข้ามาช่วยห้ามปรามจึงได้ทำร้ายและทิ้งมีดไว้ในที่เกิดเหตุ ก่อนหลบหนีออกจากบ้านโดยนุ่งกางเกงมาเพียงตัวเดียวแล้วเข้าไปหลบหนีในบ้านแห่งหนึ่ง หลังปั๊มแก๊สที่อยู่ใกล้เคียงกับบ้านที่เกิดเหตุ พร้อมกับไปขโมยเสื้อที่ตากไว้ เป็นเสื้อกีฬาสีขาวมาสวมใส่เพื่ออำพรางในการหลบหนีเจ้าหน้าที่ แล้วออกไปนั่งรอที่ศาลาดังกล่าวหวังขึ้นรถหลบหนีไปหาเพื่อนที่ กรุงเทพฯก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาแถลงข่าวที่ สภ.เมืองอ่างทอง พร้อมกับมอบรางวัลให้กับพลเมืองดี 3 นายที่แจ้งเบาะแสในการนำจับ จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ณ ที่เกิดเหตุ บ้านเลขที่ 9/85 หมู่ 5 ต.บ้านอิฐ อ.เมือง จ.อ่างทอง โดยนายอิทธิชัยเล่าว่า ในขณะที่นั่งดูทีวีอยู่กลางบ้านผู้เป็นแม่เดินเข้ามาในบ้านและดุด่าตน จากนั้นเดินเข้าไปในครัวตนเกิดอารมณ์โมโหจึงเดินตามเข้าไปในครัวและหยิบมีดที่ใช้ทำครัวเข้าไปทางด้านหลังผู้เป็นแม่และล็อกตัวพร้อมนำมีดปาดที่คอ จากนั้นแม่ส่งเสียงร้องพ่อจึงวิ่งเข้ามาช่วย เกิดการแย่งมีดกันขึ้นผู้เป็นพ่อทำการหักมีดและได้รับาดเจ็บที่บริเวณแขน ถูกมีดบาด ตนจึงวิ่งหนีออกจากบ้านไป
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากควบคุมตัวไว้ได้ นำตัวไปตรวจสอบหาสารเสพติดแต่ไม่พบ จึงสรุปได้ว่าสาเหตุที่กระทำเกิดจากด้านของอารมณ์และจิตสำนึก โดยผู้ต้องหายอมรับว่า ขณะเกิดเหตุรู้สึกโมโหจนควบคุมอารมณ์ตนเองไม่อยู่ แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกเสียใจและจะไปขอขมาศพผู้เป็นแม่ หลังจากทำแผนผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวนำไปฝากขัง เพื่อรอดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

