เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) น.ส.ก้อย (นามสมมติ) อายุ 32 ปี และน.ส.สุกัญญา (นามสมมติ) อายุ 33 ปี พร้อมผู้เสียหายรายอื่นอีกกว่า 10 คน เข้าพบ พ.ต.ท.สมชาย โพธิ์สุวรรณ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.5 บก.ปอศ.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.มลวดี หรือต้าร์ กาญจนัมพร อายุ 32 ปี และน.ส.จันธิรา หรือแอม กลิ่นสุคนธ์ อายุ 32 ปี โดยกล่าวหาหลอกให้ลงทุนในธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อผ้า แล้วหลบหนีไป ไม่สามารถติดต่อได้ สูญเสียเงินรวมกันไปกว่า 20 ล้านบาท โดยมี พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผกก.5 บก.ปอศ. เข้าร่วมสอบปากคำด้วย
น.ส.สุกัญญา เปิดเผยว่า ป็นเพื่อนกับน.ส.จันธิรา หรือแอม ตั้งแต่สมัยเรียมมัธยม และเมื่อต้นปี 2557 ที่ผ่านมา ทางแอมได้ชักชวนตน ให้ร่วมลงทุนขายเสื้อผ้าแนวเกาหลีและเสื้อคู่รัก บางครั้งจะนำเข้ามาจากเกาหลี โดยเปิดร้านชื่อ Feb14 อยู่ที่ตลาดปิ่นเงิน ข้างเมเจอร์ปิ่นเกล้า และที่ตลาดนัดสวนจตุจักร โดยมีน.ส.มลวดี หรือต้าร์ เข้ามาร่วมลงทุนด้วย ซึ่งต้าร์เป็นแฟนของแอม โดยครั้งแรกได้ชักชวนตนให้ลงทุนเป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท และจะปันผลให้ 10% จากที่ลงทุน ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันเชื่อใจเลยร่วมลงทุนด้วย และเคยไปดูที่ร้าน เห็นว่ากิจการเป็นไปได้ด้วยดี มีการขยายห้องเพิ่ม จาก 2 ล็อก เป็น 7 ล็อก ทางแอมเลยชักชวนให้ลงทุนเพิ่มหลายครั้งรวมเป็นเงินกว่า 6 ล้าน และมีการจ่ายเงินปันผลต่อเดือนตรงเวลาทุกครั้ง จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ไม่สามารถติดต่อ กับทางแอมได้ เลยเริ่มสอบถามคุยกับกลุ่มเพื่อนที่เป็นเพื่อนกับแอมและต้าร์ พบว่ามีผู้ที่ร่วมลงทุนทั้งหมด 14-15 ราย รวมเป็นเงินกว่า 20 ล้านบาท

น.ส.ก้อย เปิดเผยว่า รู้จักกับน.ส.มลวดี หรือต้าร์ ตั้งแต่สมัยเด็กๆ และรู้จักสนิทสนมกับทางครอบครัวที่บ้านของต้าร์เป็นอย่างดี โดยต้าร์ชักชวนให้ร่วมลงทุนในปี 2557 โดยลงทุนครั้งแรก 50,000 บาท จนปัจจุบันรวมเงินที่ลงทุนไป 580,000 บาท กระทั่งวันที่ 7 กรกฎาคม ไม่สามารถติดต่อกับทางต้าร์ได้ ทางครอบครัวของต้าร์ ก็ไม่มีใครรู้ว่าต้าร์หายไปไหน ทางตนและครอบครัวของต้าร์จึงไปแจ้งความไว้ที่ สน.บางยี่ขัน ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่คอนโดที่ต้าร์กับแอมพักอาศัยอยู่ พบว่ามีการกดเงินจากตู้เอทีเอ็มที่หน้าคอนโด และทั้ง 2 คน ได้เรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่สายใต้ใหม่ หลังจากนั้นก็มีการแชร์รูปภาพของทั้ง 2 คนออกไปตามสื่อโซเชียลต่างๆ เป็นจำนวนมาก ภายหลังต้าร์ได้โทรติดต่อกลับมาหาแม่บ้าน และบอกว่าสบายดี เดี๋ยวจะกลับและวางสายไป ตรวจสอบพบว่าเป็นเบอร์โทรศัพท์สาธารณะ ในจ.เชียงราย ทำให้ทราบว่าทั้ง 2 คน ไม่ได้ลงไปทางภาคใต้ ซึ่งไม่เข้าใจว่าทั้ง 2 คนต้องการหนี หรือมีคนคอยบงการอยู่เบื้องหลัง จึงรวมตัวกับผู้เสียหายคนอื่นๆ มาแจ้งความไว้
พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ กล่าวว่า เบื้องต้นรับแจ้งความเอาไว้และตั้งคณะพนักงานสอบสวนขึ้นมาสอบปากคำผู้เสียหายทั้งหมด คาดว่าไม่น่าจะเกิน 2 สัปดาห์ และจะตรวจสอบว่าเข้าข่ายผิดใดบ้าง เบื้องต้นน่าจะเข้าข่ายความผิด ข้อหาฉ้อโกง และความผิดตามพ.ร.ก.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน จากนั้นจะออกหมายเรียก ทั้งน.ส.มลวดี หรือต้าร์ และน.ส.จันธิรา หรือแอม มาสอบปากคำก่อนจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

