น้องเศรษฐีนีอุดรฯ แฉ’หญิงไก่’ แสบ ทำครอบครัวแตกแยก ขโมยตู้เซฟหิ้วปีกพี่สาวโอนที่ดินก่อนตาย

14.07.16 | 20:20 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ว่าได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 31/2 หมู่ 8 ซอยบ้านคำบง ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ที่ระบุว่าเป็นบ้านของนางฉวีวรรณ ตั้งวิริยกุล เศรษฐินีอุดรธานี ที่ตกเป็นข่าวไปเกี่ยวข้อง หรืออาจจะเป็น 1 ในเหยื่อของนางมณตา หยกวิริยะกุล หรือนางไก่ หรือหญิงไก่ อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาในคดีความผิด ม.112 และอีกหลายคดี โดยพบว่าเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 2 งาน เจ้าของให้บุคคลอื่นเช่าอยู่ โดยมีบ้านอีกหลังอยู่ติดกัน เลขที่ 31 เป็นบ้านของ “ครูแอ๋ว” นางโฉมศรี ประจันตะเสน อายุ 75 ปี น้องสาวนางฉวีวรรณ อดีตข้าราชการครู อาศัยอยู่กับสามีและครอบครัว ได้เปิดบ้านให้ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม

ครูแอ๋ว กล่าวว่า เห็นข่าว “หญิงไก่” ในโทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ จำได้แม่นว่าเป็นผู้หญิงที่อ้างตัวเป็น “คุณหญิง” มีคนรับใช้ 2 คน ชายฉกรรจ์อีก 4-5 คน ติดตามตลอดเวลา ไปไหนมาไหนมีรถนำขบวน ถือศีลนุ่งขาวห่มขาว มีญาณวิเศษใบ้หวยได้ เป็นผู้มีอิทธิพล ทำให้พี่น้องของเราทะเลาะกัน แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยมาหลายปีแล้วก็ตาม

ครูแอ๋ว เล่าว่า พ่อกับแม่มีลูก 5 คน นางฉวีวรรณเป็นพี่คนโต ตนเป็นคนรอง พ่อเป็นเจ้าของที่ดินจำนวนมาก รวมทั้งตลาดรังษิณา เขต ทน.อุดรธานี แต่ได้ขายไปนานแล้ว โดยแบ่งเงินให้ลูกหลานทุกคน และยกบ้านและที่ดิน 2 งานให้นางฉวีวรรณ ซึ่งอาศัยอยู่บ้านดูแลพ่อแม่ ซึ่งนางฉวีวรรณ เคยแต่งงาน 4 ครั้ง มีบุตรสาว 1 คน แต่ก็เลิกร้างทั้งหมด จนกลางปี 2544 นายปิติ ตั้งวิริยะกุล สามีคนแรก ที่แยกทางกันไปนานกว่า 30 ปี ได้กลับมาเยี่ยมนางฉวีวรรณ อ้างว่าทราบข่าวป่วยเป็นมะเร็ง แม่และญาติได้เตือน เพราะนายปิติมีครอบครัวแล้ว แต่ไม่ฟังให้นายปิติเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย

“ไม่นานนางหญิงไก่ก็ตามมา แนะนำตัวเป็นคุณหญิง และเป็นบุตรบุญธรรมนายปิติ ช่วงต้นปี 46 นางฉวีวรรณ นายปิติ และนางไก่ ได้ไล่แม่และหลานออกจากบ้าน แม่ต้องปีนรั้วหนีได้ตะกร้าหมากมาอันเดียว หลานไม่มีเสื้อผ้าไปโรงเรียน ต่อมามีคนเห็นนางไก่ ขนตู้เซฟแม่ออกจากบ้าน ข้างในมีทองรูปพรรณหนัก 30 บาท ตนกับแม่จึงไปแจ้งความ วันเดียวกันนั้นเองนางไก่ให้ลูกน้องขนมาคืน แต่ทองรูปพรรณข้างในเป็นของจริงแค่ 5 บาท ตอนนั้นทุกคนต่างกลัวอิทธิพล เกรงจะได้รับอันตรายหากโวยวาย จึงได้แต่นิ่งเงียบไม่กล้าพูด”

“ครูแอ๋ว” เล่าอีกว่า วันที่ 2 ธันวาคม 2546 นางไก่โทรศัพท์มาบอกว่า นางฉวีวรรณเสียชีวิตแล้ว แต่นัดทำพิธีฌาปนกิจศพเพียง 1 วัน ที่วัดศรีสว่าง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร โดยญาติพี่น้องไม่ได้ไปร่วมพิธีเลย เถ้ากระดูกก็ไม่ได้นำกลับมา โดยก่อนหน้านั้น 7 วัน นายปิติและนางไก่ ได้พานางฉวีวรรณออกจากบ้าน อ้างนำไปรักษาที่ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ซึ่งวันออกจากบ้านเห็นหิ้วปีกไป เชื่อว่าพาไปโอนที่ดินมากกว่า เพราะรู้ภายหลังมีการโอนชื่อนายปิติ เป็นเจ้าของที่ดินบ้านแปลง 2 งาน ปลายเดือน พ.ย.ก่อนเสียชีวิตไม่กี่วัน ปีต่อมาแม่ก็ตรอมใจเสียชีวิต

Advertisement

“มีการขายบ้านและที่ดิน 2 งาน ไปให้คนอื่นราคาเท่าไหร่ไม่รู้ แต่ราคาประเมินประมาณ 8 ล้านบาท เจ้าของที่ดินคนใหม่ ได้ล้อมรั้วคอนกรีต พวกเราก็ได้แต่นั่งมองดูบ้าน ที่พ่อกับแม่สร้างมากับมือ ตกไปเป็นของคนอื่นด้วยความเจ็บปวดใจ แต่ไม่กล้าจะออกมาต่อสู้ ด้วยเกรงกลัวอิทธิพลนางไก่ แต่พอเห็นข่าวนางไก่ในทีวี หนังสือพิมพ์ จึงร้องเรียนไปที่ทนายความ ให้ช่วยสืบสวนหาความจริง และคลี่คลายให้กระจ่างด้วย”

201607141617595-20021028190339
นางฉวีวรรณ ตั้งวิริยกุล หญิงเจ้าของที่ดินชาวอุดรธานี หนึ่งในเหยื่อของนางไก่