เกิดเหตุรถตู้โดยสารสายขาณุวรลักษบุรี-กรุงเทพมหานคร ชนกับรถเทรลเลอร์ บนถนนสายเอเชีย ช่วง อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ทำให้มีผุ้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บมากถึง 13 ราย โดยสาเหตุเบื้องต้นคนขับรถเทรลเลอร์ให้การว่าถูกรถไถนาตัดหน้า
อุบัติเหตุรุนแรงดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 15 กรกฎาคม บนทางหลวงหมายเลข 32 สายเอเชีย หลักกิโลเมตรที่ 149 ขาล่อง พื้นที่ ต.ท่าฉนวน อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ในที่เกิดเหตุเป็นการชนกันของรถจำนวน 3 คัน คือรถเทรลเลอร์ หมายเลขทะเบียน 72-1051 ชลบุรี ของ หจก.แพ็ค อแนด์ มูฟวิ่ง ชนติดอยู่กับรถตู้โดยสาร หมายเลขทะเบียน 14-9914 กรุงเทพมหานคร ซึ่งวิ่งระหว่าง อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร ปลายทางกรุงเทพมหานคร สภาพพังยับเยิน อีกคันเป็นรถไถของชาวนาซึ่งถูกรถทรลเลอร์ชนจนหงานท้องพลิกตะแคงมีน้ำมันเครื่องและน้ำมันเชื้อเพลิงไหลนองพื้นอยู่ตลอดเวลา
ตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในซากรถตู้ 1 รายคือ นายพีระพงษ์ เพชรลี อายุ 40 ปีชาว อ.บึงสามัคคี จ.กำแพงเพชร นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นผู้โดยสารที่มาในรถตู้อีกจำนวน 12 คนและนายสมเกียรติ ปานพรม อายุ 55 ปี คนขับรถไถนาบ้านพักอยู่ใน ต.ม่วงหัก อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงลำเลียงส่งโรงพยาบาลมโนรมย์ โดยในจำนวนดังกล่าวมีเด็กชายอายุ 10 ขวบ 1 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสขาหัก 2 คน โดยภายในรถตู้โดยสาร พบบัตรประจำตัวพนักงานขับรถ ที่ออกโดยบริษัทขนส่งตกอยู่ ระบุชื่อนายคมสันต์ แก้วกองเงิน ผู้รับอนุญาตขับรถตู้โดยสารประจำรถหมายเลขทะเบียน14-9914 กรุงเทพมหานคร คันเกิดเหตุตกอยู่
จากการสอบสวนนายปองปรีดา หล้าแรง อายุ 49 ปี ชาว ต.โพนสว่าง อ.เมือง จ.หนองคาย คนขับรถเทรลเลอร์ให้การว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังเดินทางกลับบริษัทที่ จ.ชลบุรี แต่จู่ๆ ก็มีรถไถขับปาดจากเลนซ้ายสุดมาเลนที่รถตนแล่นอยู่ ตนจึงหักหลบแต่ไม่พ้นจึงเกี่ยวกับรถไถและทำให้ไปชนกับรถตู้โดยสารที่แล่นมาด้วยความเร็วในเลนขวา จนเสียงดังสนั่นมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากดังกล่าว
ร.ต.อ.สำราญ ม่วงศรีเมืองดี ร้อยเวร สภ.มโนรมย์ จึงควบคุมตัวนายปองปรีดา และอายัดตัวคนขับรถตู้และรถไถนาไว้ทำการสอบสวนหาสาเหตุการชนที่แท้จริงเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

