เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 กรกฎาคม ที่กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ผบช.ปส. พล.ต.ต.ศุภกิจ ศรีจันทรนนท์ รองผบช.ปส. พล.ต.ต.ทนงศักดิ์ ทั่งทอง ผบก.ปส.1 พล.ต.ต.ไชยยา รุจจนเวท ผบก.ปส.2 พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ ผบก.ปส.3 ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 2 คดี ดังนี้ คดีที่ 1. เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม นำโดย พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ ผบก.ปส.3 พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ หลิ่มวิรัตน์ ผกก.1 บก.ปส.3 พ.ท.ณปพงศ์ธร วังตาล หน.ชป.กอง 12 ศรภ., เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปส.3, กก.ตชด.13 และเจ้าหน้าที่ทหาร ศรภ. ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 1 คน คือ นายอนุภาพ (โหน่ง) ปั้นคุ้ม อายุ 39 ปี ชาวจ.ลพบุรี พร้อมยาบ้า 164,000 เม็ด กระเป๋าสะพายสีดำ และกระเป๋าเดินทางแบบหิ้ว รวม 2 ใบ ตะกร้าหวายแบบมีหูร้อยเชือก จำนวน 1 ใบ และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง ในข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย” สามารถจับกุมได้ที่ ปั๊มน้ำมัน ปตท.ทวีพรบริการ ต.ม่วงหมู่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา และตรวจค้นพบของกลางยาเสพติดที่บ้านเลขที่ 17 หมู่ 12 ต.หัวสำโรง อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ซึ่งต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน
พล.ต.ท.เรวัช กล่าวว่า ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายอนุภาพ เป็นเครือข่ายผู้ต้องหาเรือนจำเขาบิน และอยู่ระหว่างประกันตัวออกมาจากเรือนจำลพบุรี ยังมีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่ ในเขตพื้นที่ จ.ลพบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง จึงให้สายลับ และเจ้าหน้าที่อำพราง ติดต่อล่อซื้อยาบ้าจากนายอนุภาพจนกระทั่งวันที่ 14 กรกฎาคม นายอนุภาพได้นำยาบ้า จำนวน 1,400 เม็ด มาส่งมอบจึงถูกจับกุม จากนั้นได้ขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพัก พบยาบ้าอีกจำนวน 58 มัด ประมาณ 164,000 เม็ด ซุกซ่อนในบ่อเกรอะของบ้านพักดังกล่าว จึงยึดไว้เป็นของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.3 ดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.ต.ท.เรวัช กล่าวว่า คดีที่ 2 จับกุมเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ ผบก.ปส.3 ได้ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา 6 คน คือ นายนภัสกร เพียงแร่ อายุ 26 ปี ชาวจ.เชียงใหม่ นายวิชัย หรืออาฉู่ เว่ยซือกู่ อายุ 21 ปี ชาวจ.เชียงราย นายสนั่น หรือตี๋ หรือหนั่น ปรีดีประเสริฐศรี อายุ 29 ปี ชาวจ.เชียงราย นายสมพันธ์ ลองใจคำ อายุ 56 ปี ชาวจ.เชียงราย นางผอง ลองใจคำ อายุ 49 ปี ชาวจ.เชียงราย นางลอน ใจวรรณ อายุ 39 ปี ชาวจ.เชียงราย พร้อมยาไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีน จำนวน 10 ถุง บรรจุถุงละ 1 กิโลกรัมหนัก 10 กิโลกรัม เอกสารการเปิดห้องพัก เลขที่ 740 ของโรงแรม พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เปิด โทรศัพท์มือถือ จำนวน 9 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคารต่างๆ รวม 7 เล่ม และรถยนต์กระบะ จำนวน 1 คัน ในข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต สามารถจับนายนภัสกร ได้ที่บริเวณลานจอดรถหน้าโรงแรมย่านห้วยขวางถนนรัชดาภิเษก แขวงและเขตดินแดง กรุงเทพฯ จับกุมนายวิชัยและนายสนั่นได้บริเวณห้องพักเลขที่ 740 ของโรงแรมย่านห้วยขวาง ซอยเนียมอุทิศ ถนนรัชดาภิเษก แขวงและเขตดินแดง กรุงเทพฯ และนายสมพนธ์ นางผอง และนางลอน จับกุมได้บริเวณบ้านเลขที่ 371 หมู่ที่ 3 ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา
พล.ต.ท.เรวัช กล่าวว่า ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายนภัสกรซึ่งเป็นกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดชาวเขา พื้นที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ มีพฤติการณ์ค้ายาเสพติดรายใหญ่ และมีไอซ์ต้องการขาย จึงให้สายลับติดต่อ แล้วนำเจ้าหน้าที่ตำรวจอำพรางเข้าติดต่อล่อซื้อ ไอซ์ จำนวน 10 กิโลกรัม จนกระทั่งวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายนภัสกรนำไอซ์ของกลาง มาส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่จึงถูกจับกุมตัว และสามารถจับนายวิชัยที่รอรับเงินค่ายาเสพติด ภายในห้องพักโรงแรมที่เปิดไว้รอรับเงิน จากนั้น นายสนั่นให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขยายผลไปจับกุมตัวผู้ต้องหาคือ นายสมพนธ์ นางผอง และนางลอน เจ้าของยาไอซ์ของกลางคดีดังกล่าว ขณะรอรับโอนเงินค่าไอซ์ ที่บ้านพักหมู่ที่ 3 ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย หลังจากนั้นได้จับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมยาเสพติดและของกลางในคดีนี้ ส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.3 บช.ปส.ดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.ต.ต.พรชัย กล่าวว่า กลุ่มผู้ต้องหาคดีที่ 2 มีธุรกิจเกี่ยวกับทางด้านการท่องเที่ยวบังหน้า หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหาเป็นไกด์นักท่องเที่ยวอีกด้วย จากการตรวจสอบพบว่าที่พักอาศัยของนายสมพนธ์อยู่ติดกับแนวชายแดนทางภาคตะวันตกมีเพียงแม่น้ำกั้น จึงทำให้ง่ายต่อการลักลอบยาเสพติด ยาบ้าดังกล่าวมีตราประทับ w1 ซึ่งเป็นของกลุ่มว้า

