เมื่อเวลา 04.30 น.วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ต.อ.เสริม ขวัญนิมิตร ผกก.สภ.เชิงทะเล จ.ภูเก็ตได้รับแจ้งจากนายสมชาย ชุมรักษ์ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47/10 ม.4 บ้านป่าสัก ต.เชิงทะเล อ.ถลาง ว่า มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่ในอาการมึนเมา ขับรถเก๋งเฉี่ยวชนชาวบ้านหลายรายแล้วนำรถไปจอดขวางถนนภายในป่าสักซอย 4 แล้วหนีเข้าไปในบ้านพัก เลขที่ 47/43 ม.4 ต.เชิงทะเล จึงได้สั่งการให้ ร.ต.ท.สถาพร ทองเทพ รอง.สวป.พร้อมสายตรวจรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบนายสมชายยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ข้างรถเก๋งฮอนด้าแจ๊ส สีบรอนซ์เทา ป้ายแดง ต 7219 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดขวางถนนอยู่ สอบถามทราบว่ารถคันดังกล่าวเป็นของชาวต่างชาติ ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา ก่อเหตุเฉี่ยวชนชาวบ้านหลายรายแล้วหลบหนีเข้าบ้านพักดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้กดกริ่งบ้านพัก โดยมีชายชาวต่างชาติเดินออกมาเปิดประตู ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา มีกลิ่นเหล้าคลุ้งและมีเลือดไหลบริเวณริมฝีปากออกมาพร้อมกับหญิงสาวชาวไทย ทราบคือ นายพอล วอคเกอร์ อายุ 39 ปี สัญชาติออสเตรเลีย จากนั้นนายพอลชี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูบาดแผลที่ริมฝีปากพร้อมกับระบุว่าถูกชาวบ้านทำร้ายมา
จากนั้น พ.ต.ท.สากล ไกรนรา สว.(สอบสวน)ได้ควบคุมตัวนายพอลพร้อมนำรถเก๋งคันดังกล่าวกลับไปยัง สภ.เชิงทะเล เพื่อตรวจสอบและสอบปากคำเพิ่มเติม ทั้งนี้จากการตรวจวัดแอลกอฮอล์ในร่างกายของนายพอล ปรากฏว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 229 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายพอลได้ขับรถเก๋งคันดังกล่าวอยู่บริเวณหมู่ 4 บ้านป่าสัก ต.เชิงทะเล อ.ถลาง แล้วเกิดเฉี่ยวชาวบ้าน จากนั้นได้ขับรถหลบหนีกลับบ้านพัก โดยมีกลุ่มชาวบ้านติดตามมาจนพบ ต่อมานายสมชายได้เคาะกระจกรถ เพื่อต้องการให้นายพอลเปิดประตูลงไปพูดคุยกันเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่นายพอลไม่ยอมจึงได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ ขณะที่นายพอลอ้างว่าถูกกลุ่มชาวบ้านทำร้ายร่างกายเช่นเดียวกัน เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหานายพอลขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่นและขับรถในขณะเมาสุรา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนกรณีนายพอลอ้างว่าถูกทำร้ายร่างกาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง

