ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงานวันที่ 16 กรกฎาคม เมื่อเวลา 09.00 น.ที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี นายวีรนันท์ เพ็งจันทร์ รองผู้ว่าฯปัตตานีเป็นประธาน และมี พล.ต.ต.ทนงศักดิ์ วังสุภา ผบก.ภ.จ.ปัตตานี นายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามปัตตานี นายนพพร รัตนวัย ผบ.เรือนจำกลางปัตตานี ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงอีกครั้งหนึ่ง โดยหตุการณ์ครั้งนี้ มีนักโทษเรือนจำนราธิวาส มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุจลาจล เหมือนกับเหตุเกิดจลาจลที่ปัตตานีเมื่อ ปี 54
ผู้ต้องขังที่เสียชวิต นช.เกียรติศักดิ์ จันทร์ดวง, นช.เสริม จันทร์สุนทร เสียชีวิตในเรือนจำถูกทำร้าย และ นช.สุอนันนต์ ป้องเช้า ถูกแทงที่ท้อง เสียชีวิตที่โรงพยาบาลปัตตานี ส่วนผู้ต้องขังที่บาดเจ็บรวม 7 คนมีบาดแผลถูกกระจกบาดที่เท้า และมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บรวม 3 คน นายกาจก้อง รัตนะ ผอ.ส่วนควบคุมผู้ต้องขัง นายสะทพ เพชรเกลี้ยง จนท.ประจำฝ่ายควบคุม และมีเจ้าหน้าที่ อส.จังหวัดปัตตานี ถูกก้อนหินบริเวณศีรษะ บาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนอาคารที่เสียหายถูกเผาเสียหายหมดคือ อาคารที่ทำการฝ่ายควบคุมผู้ต้องขัง อาคารโรงเรียนการศึกษาและที่ฝึกอาชีพ ส่วนอาคารอเนกประสงค์ฝ่ายการศึกษานั้น ถูกทุบทำลายได้รับความเสียหาย ขณะเดียวกันได้ย้ายผู้ต้องขังจำนวน 333 คน ออกจากเรือนจำปัตตานี ไปฝากที่เรือนจำกลางสงขลา เรือนจำนาทวี ฑัณฑสถานบำบัดพิเศษสงขลา เพื่อให้ลดนัอยลง เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้เข้าไประงับสถานการณ์และเคลียร์พื้นที่ได้ง่าย เพราะจำนวนน้อยลง
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และกำลังอีกส่วนหนึ่ง ได้เข้าไปพิสูจน์หลักฐานภายในเรือนจำ ขณะเดียวกัน มีกำลังเรือนจำจากจังหวัดใกล้เคียงได้ทยอยมาช่วยสมทบกับกำลังเรือนจำปัตตานี เพื่อมาดูแลผู้ต้องขังที่ยังในเรือนจำปัตตานีอีกประมาณ เกือบ 1,400 คน

