เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 16 กรกฎาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ พร้อม น.ส.ประภาวรรณ ใจกล้า หรือก้อย นายชูเกียรติ ใจกล้า นางประภาพร ทองเฟื้อง พ่อ-แม่ก้อย น.ส.วณิชยา บุ้นสุนเฮง หรือมีน นางสุกัลยา ศิริม่วง แม่ของมีน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษกรณีที่นางสุกัลยา ถูกปลอมลายเซ็นในสำนวนการสอบสวน เมื่อครั้งนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือนางไก่ แจ้งความในข้อหา “ลักทรัพย์นายจ้าง” ท้องที่สน.ประชาชื่น เมื่อเดือนธันวาคม 2558
นางสุกัลยา เปิดเผยว่า หลังจากได้รับการประกันตัวชั่วคราวออกจากเรือนจำ ได้บอกกับนายสงกานต์ว่าระหว่างอยู่ในเรือนจำนั้นมีพนักงานสอบสวนเข้าไปในเรือนจำ เพื่อให้เซ็นชื่อในสำนวน 2 ครั้ง แต่ตนปฏิเสธ นายสงกานต์จึงไปขอศาลคัดลอกสำนวนในคดีดังกล่าวมาตรวจสอบ เมื่อตรวจดูก็พบว่าลายเซ็นหลายส่วนในสำนวนคดีดังกล่าวไม่ใช่ลายเซ็นของตน มีเพียงแค่ 2 แผ่นเท่านั้นที่เป็นลายเซ็นตน คือ แผ่นที่เขียนรับสารภาพและลงลายเซ็นที่สน.ประชาชื่นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ยืนยันตนไม่เคยเห็นสำนวนดังกล่าวมาก่อน ไม่ว่าจะในชั้นสอบปากคำ หรือชั้นศาล
นายสงกานต์ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนในขณะนั้น คือ ร.ต.ท.ปกป้อง ฟองเลา รองสว.(สอบสวน) สน.ประชาชื่น ซึ่งเมื่อนางสุกัลยายืนยันว่าลายเซ็นในสำนวนไม่ใช่ของนางสุกัลยา ก็ต้องตรวจสอบว่าที่มีลายเซ็นเหล่านั้นปรากฏได้อย่างไร ซึ่งวันนี้จึงนำตัวนางสุกัลยา มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.1 ป. เพื่อให้ตรวจสอบที่มาลายเซ็น พร้อมทั้งจะเซ็นชื่อลงในกระดาษเอ 4 จำนวน 15 แผ่นต่อหน้าพนักงานสอบสวน พร้อมขอให้นำส่งกองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไป อย่างไรก็ตาม อยากให้กรณีดังกล่าวเป็นกรณีตัวอย่าง เนื่องจากแสดงให้เห็นว่ากระทบต่อความยุติธรรม ทั้งนี้ วิธีการต่อสู้ในคดีนั้นจะยื่นร้องต่อศาลให้ศาลส่งเอกสารสำนวนดังกล่าวตรวจสอบ แต่ขณะนี้คดีของนางสุกัลยาถูกนำมารวมไว้ที่กองปราบ จึงมีความจำเป็นต้องนำมาพิสูจน์ทราบเรื่องลายมือชื่อก่อน ก่อนที่จะแถลงต่อศาลเพื่อร้องขอสำนวนตัวจริงต่อไป

นายสงกานต์ กล่าวอีกว่า ในส่วนการดำเนินคดีกับนางไก่นั้น วันนี้ได้นำข้อมูลจากพยานบุคคลที่ระบุได้ว่านางไก่และพวกร่วมกันค้ามนุษย์ฯ โดยเป็นคำให้การจากกรณีเด็กชาวเขาจำนวน 3 คน ที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ที่ระบุว่าถูกนางไก่ชักชวนไปทำงาน ก่อนจะพยายามชวนไปต่างประเทศ ซึ่งหลักฐานดังกล่าวปรากฏให้เห็นชัดว่านอกจากนางไก่ แล้วยังมีบุคคลเป็นชาย 2 ราย โดย 1 ในนั้นเป็นนักกฎหมาย และหญิงอีก 1 ราย ซึ่งเป็นนักกฎหมายเช่นกัน ที่มีพฤติการณ์ค้ามนุษย์ และขู่เข็ญหากไม่ยินยอมทำตามที่นางไก่ต้องการ พร้อมทั้งมีการไปรับ-ส่งเด็กชาวเขาทั้ง 3 จากแม่ฮ่องสอน ไปยังสถานที่ต่างๆ อย่างไรก็ตาม ตนมีชื่อและระบุตัวบุคคลของทั้ง 3 รายแล้ว แต่ขอไม่เปิดเผย เนื่องจากเกรงจะกระทบรูปคดี นอกจากนี้ยังมีเตรียมจะส่งข้อมูลอดีตลูกจ้างชาวลาวของนางไก่ ที่เคยถูกนางไก่แจ้งความในข้อหาลักทรัพย์นายจ้าง ในท้องที่สน.ประชาชื่น เมื่อปี 2554-2555 ที่ทางตำรวจกำลังหาตัวอยู่ โดยขณะนี้ทราบว่าอยู่ที่เวียงจันทน์ ประเทศลาว และมีลูกอายุ 1 ขวบเศษ โดยที่หญิงสาวชาวลาวคนดังกล่าวไม่กล้าเดินทางมาให้ข้อมูลนั้น เนื่องจากมีหมายจับอยู่ ซึ่งจะร้องขอให้เพิกถอนหมายจับหญิงคนดังกล่าวต่อไป
นายสงกานต์ กล่าวเพิ่มว่า ในส่วนของคดีนางฉวีวรรณ ตั้งวิริยะกุล เศรษฐินี จ.อุดรฯ ที่หายสาบสูญไปนั้น ได้นำข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของนายปิติ ตั้งวิริยะกุล อดีตสามีนางฉวีวรรณ และนางไก่ว่าไม่ได้นับถือกันเป็นเพียง พ่อ-ลูก แต่มีความสัมพันธ์ในรูปแบบอื่น โดยหลักฐานเป็นคำให้ข้อมูลจากพยานบุคคลที่อาศัยอยู่ที่คอนโดบ้านประชานิเวศน์ ถ.เทศบาลนิมิตเหนือ ประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร ที่ระบุว่าพบเห็นนายปิติแวะเวียนมาหานางไก่ที่คอนโดบ่อยครั้ง รวมทั้งยังทะเลาะเบาะแว้งกันในเรื่องที่ยืนยันได้ว่าคนที่นับถือเป็นพ่อลูก จะไม่ทะเลาะกันเรื่องอย่างนี้ นอกจากนี้ตนยังมีข้อมูลว่าการเสียชีวิตของนางฉวีวรรณ พบพิรุธในหลายอย่าง ซึ่งมีการพาดพิงไปถึงบุคคลอื่นเป็นชาย 2 ราย หญิง 2 ราย ที่เชื่อได้ว่าร่วมกับนางไก่ และมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนางฉวีวรรณอีกด้วยมาให้พนักงานสอบสวน กก.3บก.ป.
นายสงกานต์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีพลเมืองดีให้ข้อมูลเกี่ยวกับเศรษฐินี เจ้าของสัมปทานเส้นทางเดินรถสายภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีลักษณะการเสียชีวิตคล้ายถูกรัดคอ เมื่อปี 2547-2548 ผ่านเฟซบุ๊ก “ทค.สงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์” โดยเบื้องต้นมีข้อมูลที่เชื่อว่าน่าจะเชี่อมโยงกับนางไก่เช่นกัน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ทั้งนี้ ตนได้ให้ข้อมูลดังกล่าวกับ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.ไปแล้ว คาดว่าไม่เกินวันพฤหัสที่ 21 กรกฎาคม นี้ น่าจะมีความชัดเจน อย่างไรก็ตาม ตำรวจอยู่ระหว่างสืบหาข้อมูลว่าสัมปทานเส้นทางเดินรถสายภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่นางไก่เคยระบุว่าเป็นเจ้าของนั้น จะเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเศรษฐีนีคนดังกล่าวหรือไม่

