ผบ.ตร. กำชับ จนท.เข้มงวดคัดกรองคนไทย ผ่านด่านพรมแดนทางบกทั่วประเทศ

ผบ.ตร. กำชับ จนท. เข้มงวดคัดกรองคนไทยที่เดินทางกลับตามด่านพรมแดนทางบกทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีตามที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้เปิดด่านพรมแดนทางบกรับคนไทยกลับเข้ามาประเทศตั้งแต่ 18 เมษายน ที่ผ่านมาตามหนังสือของ กระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท 0230/ว2158 ลงวันที่ 10 เมษายน ถึงแนวทางปฏิบัติในการเดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักรของคนสัญชาติไทยจากประเทศเพื่อนบ้านผ่านช่องทางในพื้นที่จังหวัดชายแดน ว่าโดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมฯ

และได้เน้นย้ำกำชับการปฎิบัติไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจพื้นที่ ตชด. ให้ประสานการปฎิบัติกับกรมควบคุมโรค ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการปฎิบัติตามระบบการควบคุมโรค พร้อมยึดหลักกฎหมาย ระเบียบ คำสั่งต่างๆที่เกี่ยวข้องในช่วงการประกาศ พรก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งมีการกำหนดจำนวนผู้เดินทางวันละไม่เกิน 100 คนต่อช่องทาง และต้องเข้ามาตามกำหนดวันและช่องทางผ่านแดนที่ระบุไว้ในหนังสือรับรอง โดยต้องเดินทางถึงช่องทางผ่านแดนก่อนเวลา 12.00 น.

อีกทั้ง ผบ.ตร. มีความห่วงใยเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยร่วมปฎิบัติทุกภาคส่วน โดยขอให้ใส่อุปกรณ์ป้องกันตนเอง หน้ากากอนามัย ถุงมืออนามัย face shield ล้างมือให้สม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยของผู้ปฎิบัติงานทุกนาย

รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ทั้งนี้ผู้เดินทางต้องมีใบรับรองแพทย์ และหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศ ซึ่งออกโดยสถานเอกอัครราชทูต / สถานกงสุลใหญ่ไทยประจำประเทศที่พำนัก และยินยอมกักตัวตามที่รัฐกำหนดเป็นเวลา 14 วัน โดยให้จังหวัดชายแดนที่เป็นช่องทางในการเดินทางเข้ามาดำเนินกระบวนการคัดกรองและกักกันผู้เดินทางเข้ามาทุกคนไว้เพื่อสังเกตอาการในสถานที่กักกันตัวของจังหวัดตามมาตรการและแนวทางที่กรมควบคุมโรคกำหนดไว้โดยเคร่งครัด

พร้อมกันนี้ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในการเดินทางกลับเข้าผ่านจุดผ่านแดนถาวรในพื้นที่จังหวัดชายแดน ให้ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ที่ทางรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อประโยชน์ต่อตัวท่านเอง และส่วนรวมในการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส covid-19 โดยหากมีการฝ่าฝืนอาจถูกดำเนินคดีตาม พรก.ฉุกเฉินฯ , พรบ.โรคติดต่อ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon