รมว.ยุติธรรม จี้แก้กม.ปปง. แบ่งเงินยึดทรัพย์ เครือข่ายนักค้ายา ให้จนท.ทำงาน

รมว.ยุติธรรม จี้แก้กม.ปปง. แบ่งเงินรางวัลยึดทรัพย์ เครือข่ายนักค้ายา ให้เจ้าหน้าที่ทำงาน

เสนอแก้กม.ปปง.แบ่งเงินรางวัลยึดทรัพย์คดียาให้จนท.ชี้ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ – ผู้ประกอบการเจลล้างมือบุกขอบคุณ ดีเอสไอ จับของปลอมทำให้ธุรกิจเสียหายกว่า 45 ล้าน

กระทรวงยุติธรรม  เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่กระทรวงยุติธรรม  นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม ได้ประชุมผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินการของทุกหน่วยงาน

ทั้งเรื่องกระท่อม ที่เวลานี้กฤษฎีกากำลังพิจารณา  – เรื่องงบประมาณของกระทรวงที่ส่งกลับไปช่วยรัฐบาลในการแก้ปัญหาไวรัสโคโรนา 2019  หรือ โควิด-19 – เรือนนอนสองชั้น และมาตรการกักโรคในเรือนจำ – การจัดการแยกชั้นนักโทษเพื่อป้องกันการออกมาภายนอกและกระทำซ้ำ รวมถึงการลดวันต้องโทษ และการพักโทษ

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุม เสนอแก้กม.ปปง ประเด็นเงินเงินรางวัลยึดทรัพย์

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า  พบปัญหาในการเดินหน้ายึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติด ในส่วนของการแบ่งเงินรางวัลนำจับ เพราะกฎหมายของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน( ปปง.) ไม่สามารถนำเงินที่อายัดจากเครือข่ายยาเสพติดมาแบ่งให้คนทำงานได้

ดังนั้นเราต้องหาทางแก้กฎหมายให้ครอบคลุมสอดคล้องในการทำงานร่วมกัน  คนทำงานต้องมีขวัญกำลังใจ ทำงานง่าย ทั้งการขอข้อมูลในการตามตัวเครือข่าย หรือประสานงานต่างๆ

ที่ผ่านมาเข้าใจว่าอายัดบัญชีธุรกรรมทางการเงิน แล้วนำเงินสินบนตรงนั้นมาแบ่งกันได้เลย แต่ขณะนี้มันทำไม่ได้ ต้องหาทางว่าต้องทำยังไง แต่เราจะไม่ยอมแพ้ลองศึกษาดูประวัติย้อนหลังว่ามันเคยแบ่งได้ไหมหรือมันไม่ได้ เราจะได้ดำเนินการกันไปถูกทางหากจะแก้กฎหมายมันก็จำเป็น

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมผู้ประกอบการธุรกิจเจลล้างมือแอลกอฮอล์ที่ถูกละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาได้เดินทางมาขอบคุณนายสมศักดิ์  และนายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ  รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่สนธิกำลังไปบุกจับสินค้าเหล่านี้ตามภารกิจ “ศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมพิเศษในสถานการณ์การแพร่เชื้อระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด -19” เมื่อวันที่ 17 เมษายน ที่ผ่านมา มูลค่าความเสียหายของบริษัทเหล่านี้ถึง 45 ล้านบาท

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon