เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุนักโทษเรือนจำกลางปัตตานีก่อจลาจลและมีการทำร้ายผู้คุมเรือนจำบาดเจ็บ 3 นาย เผาอาคารทรัพย์สินภายในเรือนจำ รวมทั้งก่อเหตุฆ่านักโทษชั้นดีที่ทำหน้าที่ผู้ช่วยผู้คุมเรือนจำ แล้วโยนร่างเผาไปกับกองเพลิง 2 ศพ และยังมีนักโทษถูกทำร้ายอีก 7 ราย นำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลจังหวัดปัตตานี 7 ราย หนึ่งในนั้นอาการสาหัสเสียชีวิตในเวลาต่อมา รวมมีนักโทษเสียชีวิตจากเหตุจลาจล 3 ศพ เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ล่าสุด นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าสถานการณ์ความสูญเสียและมอบนโยบายการปฏิบัติให้กับผู้บัญชาการเรือนจำกลางในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้เร่งซ่อมแซมอาคารทรัพย์สินทางราชการต่างๆ ให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว โดยเฉพาะด้านการคลี่คลายสถานการณ์และหาผู้กระทำผิดมาลงโทษ โดยการปฏิบัติขณะนี้ทางอธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้ตั้งคณะทำหน้าที่เป็นชุดสืบสวนสอบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 19 ชุด แบ่งกันทำหน้าที่สอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากกลุ่มที่อยู่และเห็นเหตุการณ์และไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง กลุ่มร่วมในการก่อจลาจล โดยเฉพาะการสอบสวนนักโทษชายแวอุสมาน แวสาเมาะ และนักโทษชายอัสวี ดอเลาะ 2 นักโทษจากคดียาเสพติดและคดีลักทรัพย์ ร่วมเป็นหัวโจกในการปลุกระดมยุยงให้มีการจลาจล จนก่อให้เกิดความรุนแรงถึงแก่ชีวิต และทรัพย์สินทางราชการได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยได้กำหนดให้พนักงานสอบสวนเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อนำผลการสอบสวนเสนอต่อพนักงานอัยการยื่นศาลไต่สวน ซี่งทางกระทรวงยุติธรรมมีกฏระเบียบยึดถือปฏิบัติด้านระเบียบวินัยของผู้ถูกคุมขังอย่างเคร่งครัด จึงจะมีการดำเนินคดีตามกฏหมายกับทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด
อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ก่อจลาจลของนักโทษในเรือนจำกลางปัตตานีครั้งนี้ มีการให้สัมภาษณ์ข่าวออกไปอย่างแพร่สะพัด จนสื่อแทบจะทุกฉบับรายงานการก่อเหตุจลาจลในครั้งนี้ว่านายอันวาคือหัวโจก แต่จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงของนายชาญเชาวน์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเดินทางร่วมประชุมติดตามสถานการณ์ดังกล่าว โดยมีอธิบดีกรมราชทัณฑ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และผู้บัญชาการเรือนจำกลางในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตานี ยะลา นราฯ สงขลา และสตูล ร่วมประชุมและได้ออกแถลงข่าวร่วมกันว่าในวันเกิดเหตุจลาจล นายอันวา ฮายือเต๊ะ ได้มีส่วนช่วยเจ้าหน้าที่ผู้คุมเรือนจำจากเหตุจลาจล และยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนร่วม หรือเป็นแกนนำในการก่อจลาจลในครั้งนี้ ตามที่มีการเสนอข่าวไปก่อนนี้
น.ส.รอมือละห์ แซเยะ ภรรยานายอันวา นักโทษคดีความมั่นคงในเรือนจำกลางปัตตานี กล่าวว่า มีความเป็นห่วงสามีมาก เพราะข่าวที่เสนอออกไปมีความสับสน ยิ่งลายมือจากข้อความเสนอข้อเรียกร้องนั้นดูแล้วก็ไม่ใช่ลายมือของอันวา และวันเกิดเหตุก็ได้มีการช่วยเหลือคนอื่น โดยเฉพาะผู้คุมให้ออกมาจากด้านในอย่างปลอดภัย แต่ข่าวที่ออกไปตามสื่อกลับกลายจากการเป็นคนช่วยเหลือผู้อื่น ไปเป็นผู้ที่นำก่อการจลาจลไปอย่างรวดเร็ว จึงมีความเป็นห่วงเพราะมีการให้ข่าวออกมาจากโฆษก กอ.รมน. ยืนยันออกมาด้วย จึงยิ่งสร้างความชัดเจนว่านายอันวาเป็นผู้นำก่อการจลาจลในครั้งนี้ แต่พอมาฟังจากปากของปลัดกระทรวงยุติธรรมและผู้คุมเรือนจำ ทุกคนยืนยันความจริงว่าอันวาคือผู้ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่ไม่เป็นผู้นำก่อการจลาจล จึงรู้สึกสบายใจขึ้น และอยากฝากให้ข่าวที่ออกไปถูกต้อง เพราะยังมีสื่อบางแห่งยังเข้าใจผิดและไม่ทราบความเป็นมาที่แท้จริงด้วย

