อดีตลูกเขยเข้าบ้านหวังไปหาลูกชาย แต่ถูกพ่อตาไล่ ฉุนขาดชกต่อยกันขึ้น อดีตภรรยารุดช่วยพ่อก่อนชุลมุนแทง-ฟันไม่ยั้งสุดท้ายเจ็บสาหัส
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 เม.ย.63 พ.ต.ท.ศักดิ์ชัย ฉุ้นย่อง สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งเหตุกลุ่มคนใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เหตุเกิดบริเวณทางเข้าบ้านพักข้าราชการสำนักงานศุลกากรภูเก็ต ใกล้สี่แยกไฟแดงสะพานหิน ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต
หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจตำบลตลาดใหญ่เข้าตรวจสอบ ก่อนลงพื้นที่พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภูธรเมือง และชุดสืบสวนภูธรจังหวัด เจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ EMS โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต
เบื้องต้นจากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ที่บริเวณถนนทางเข้าบ้านพักข้าราชการสำนักงานศุลกากรภูเก็ต เลขที่ 23/13 ถ.ภูเก็ต ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต พบชายผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือ นายองอาจ กองแก้ว อายุ 40 ปี เจ้าหน้าที่สายตรวจพร้อมชุดสืบสวนฯ ได้เข้าควบคุมตัวไว้ได้ ตรวจสอบภายในบ้านพักพบผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย ทราบชื่อคือ นายสุภาพ บู่ทอง อายุ 67 ปี และ นางสุภาพร บู่ทอง 37 ปี ทั้งสองมีบาดแผลถูกแทงหลายจุดอาการสาหัส เจ้าหน้าที่ต้องเร่งทำการช่วยเหลือก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
ทั้งนี้ จากการสอบสวนถาม นายองอาจ กองแก้ว ผู้ก่อเหตุเล่าว่า ตนเองนั้นเป็นอดีตสามีของนางสุภาพร ผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนนายสุภาพ นั้นเป็นพ่อตา โดยตนเองได้มีลูกกับนางสุภาพร ด้วยกัน 2 คน โดยลูกสาวได้อยู่กับตน ที่เกาะสิเหร่ ต.รัษฎา ส่วนลูกชายอยู่กับนางสุภาพรและพ่อตา โดยก่อนหน้านี้ตกลงกันว่าตนเองสามารถมาหาลูกชายได้ แต่เมื่อตนเองมาหาก็ถูกไล่ทุกครั้ง ตนเองจึงขอให้อดีตภรรยาพาลูกชายไปหาตน ก็ไม่เคยไป
วันนี้ตนเองก็มาหาอีกครั้งซึ่งนายสุภาพพ่อตาตอนแรกก็เปิดประตูให้เข้าไป ก่อนจะไล่ตนเองอีก โดยขู่ว่าถ้าตนไม่ออกจะแจ้งความจับ พร้อมโทรหาพรรคพวกจะให้มาทำร้ายตน ตนเองจึงอุ้มลูกชายพร้อมบอกว่าต้องการจะเอาลูกไป พ่อตาจึงผลักตนเองล้ม และพยายามชกต่อย ตนเองจึงสู้ และเป็นฝ่ายทำให้พ่อตาล้ม
และในขณะที่ตนเองคร่อมอยู่ข้างบน นางสุภาพรได้วิ่งเข้ามาช่วยพ่อตา โดยเอามีดพร้ามาฟันตน โดยฟันไม่ยั้ง ตนจึงพยายามแย่งมีดพร้าพร้อมกับลุกถอย พร้อมตะโกนให้หยุด แต่ทั้งพ่อตาและนางสุภาพรไม่หยุดและยังเข้ามาทำร้าย ซึ่งขณะชุลมุน ตนเองก็ได้มีดพกออกมาแทงป้องกันตัว
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การดังกล่าว ก่อนพาตัวนายองอาจ ไปสอบสวนที่ สภ.เมืองภูเก็ตต่อ ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาในภายหลัง ซึ่งต้องรอสอบปากคำนายสุภาพ และนางสุภาพร ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส และยังอยู่ระหว่างการรักษาของแพทย์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงครั้งนี้ต่อไป

