ลงดาบปลด’รองนายก อบต.ลันตาใหญ่’รับสินบน 20 ล้าน แลกที่ดิน 50 ไร่

วันที่ 19 กรกฎาคม นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นายวัชระ บัวทอง เจ้าพนักงานที่ดิน จังหวัดกระบี่ นายตรีธวัช รักษ์เมือง นายอำเภอเกาะลันตา พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวที่ศาลากลางจังหวัดกระบี่  กรณี ป.ป.ช.ร่วมกับตำรวจสืบสวนภาค 8 และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ ซ้อนแผนจับกุมนายอนุสรณ์ หวังผล อายุ 49 ปี เป็นรองนายก อบต.เกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา  หลังเรียกรับเงิน 20 ล้านบาท จากผู้บริหารบริษัทเอกชน เจ้าของที่ดิน  หลังซื้อที่ดินเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ ในหมู่ 5 ต.เกาะลันตาใหญ่ ซึ่งพบว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อนกับที่ดินสาธารณประโยชน์ หรือ นสล. โดยจับกุมตัวได้ที่โรงแรงแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลหนองทะเล พร้อมของกลาง เงินสด จำนวน 2 ล้านบาท เช็คเงินสดลงชื่อนายอนุสรณ์ จำนวน 5 ฉบับ รวม จำนวนเงิน 15 ล้านบาท

นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุ ได้มีคำสั่งให้นายอนุสรณ์ หวังผล รองนายก อบต.พ้นจากตำแหน่งแล้ว หลังจากนี้ได้แจ้งให้ทางที่ดิน ร่วมกับอำเภอเกาะลันตา ทำการตรวจสอบถึงการออกโฉนดในพื้นที่ดังกล่าว ว่ามีการเรียกรับสินบน หรือผู้ใดเกี่ยวข้องบ้างเพื่อดำเนินการเอาผิดต่อไป ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าที่ดินใน จ.กระบี่ มีราคาสูงอย่างมาก เป็นที่ต้องการของนักลงทุนที่ต้องการทำธุรกิจท่องเที่ยว จึงส่งผลให้เป็นช่องทางหนึ่งในการทุจริต ซึ่งจังหวัดจะดำเนินการกับผู้ที่กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด

ด้านนายวัชระ บัวทอง เจ้าพนักงานที่ดิน จ.กระบี่ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าพื้นที่สาธารณประโยชน์ หรือ นสล.แปลงดังกล่าวมีเนื้อที่ 400 ไร่ ได้ขึ้นทะเบียนไว้เมื่อประมาณปี 2476 และได้มีการพยายามรังวัดเพื่อออกเอกสารหนังสือสำคัญที่หลวงมาโดยตลอด โดยจะทำการรังวัดชี้แนวเขตกันในวันที่ 21 ก.ค.นี้ แต่พบว่ามีโฉนดที่ดินซึ่งออกเมื่อปี 2557 ทับซ้อนในพื้นที่ดังกล่าวรวม 6 ฉบับ เนื้อที่ประมาณ 90 ไร่ ซึ่งหลังจากชี้แนวเขตเสร็จ หากพบมีการทับซ้อนก็จะเสนอทางจังหวัดเพื่อพิสูจน์สิทธิ์ว่าใครมาก่อนหลัง เพื่อดำเนินการเพิกถอนต่อไป

ขณะที่ศาลจังหวัดกระบี่ ร.ต.ท.อนุวรรตน์ รักษายศ พนักงานสอบสวนสภ.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ ได้นำตัวนายอนุสรณ์ หวังผล รองนายก อบต.เกาะลันตาใหญ่ อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ผู้ต้องหาในคดีเรียกรับสินบน 20 ล้านบาท ไปขออนุมัติศาลยุติธรรมจังหวัดกระบี่ฝากขังต่อศาลเป็นผลัดแรก โดยมีทนายความของผู้ต้องหามาขอยื่นประกัน ใช้หลักทรัพย์ จำนวน  5 แสนบาท แต่ทางพนักงานสอบสวน ได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีทีมีโทษสูง ผู้ต้องหาอาจหลบหนีได้  ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาต่อไป

Advertisement

ส่วนนายอนุสรณ์ได้กล่าวเพียงสั้นๆ ว่าถ้าตัวเองผิดกรณีไปเซ็นออกโฉนดทับซ้อนที่ นสล. ซึ่งจะมีการเดินสำรวจรางวัดแนวเขตในวันที่ 21 กค.นี้ ก็จะมีผู้ที่กระทำความผิดหลายคนเช่นกัน ส่วนคดีเรียกรับสินบนให้เป็นเรื่องของคดีไป

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image