‘ผกก.ทุ่งสองห้อง’แจง3ปมถูกร้องย้ายออกนอกพื้นที่ ชาวหลักสี่มอบดอกกุหลาบให้กำลังใจ

1.02.16 | 16:31 น.

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ สน.ทุ่งสองห้อง ชาวบ้านชุมชนต่างๆ ในพื้นที่เขตหลักสี่กว่า 30 คนนำช่อดอกกุหลาบมอบให้ พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อเป็นกำลังใจภายหลังมีกลุ่มต่อต้านการปฏิบัติหน้าที่และขอให้ย้าย พ.ต.อ.เติมเผ่าออกจากพื้นที่


โดย พ.ต.อ.เติมเผ่ากล่าวว่า พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 ผู้บังคับบัญชา ยึดมั่นในอุดมการณ์การทำงานปกป้องคนทำงาน คนทำดี ไม่อิงไปตามกระแสที่มีคนมาโจมตีใส่ร้าย และขอขอบคุณผู้มาให้กำลังใจ เพราะทุกคนรู้ดีว่าในพื้นที่ใครทำดี ใครทำไม่ดี เป็นเรื่องไม่ชอบใจตัวบุคคล ไม่สามารถกดดันตนได้ ก็ออกมาทำอะไรอย่างที่เห็นกันอยู่ แต่ไม่เป็นไร เพราะตนเป็นตำรวจ มีอุดมการณ์ตลอดว่าเราไม่เคยทะเลาะกับ กต.ตร.

“กต.ตร.ทุกคนที่ทำงานกับผม ผมก็ดีด้วย แต่ถ้าคนไหนที่มีความรู้สึกไม่ดีกับเรา แล้วจะมากดดัน ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องหรือมาเคลื่อนไหว เพื่อหวังประโยชน์ทางการเมือง หรืออะไรก็ตามผมไม่แน่ใจ ไม่ขอพูด ผมไม่เคยมีปัญหากับ กต.ตร. เพราะ กต.ตร.เป็นคนที่คอยช่วยตำรวจ ถ้าผมไปทะเลาะกับ กต.ตร.แล้วใครจะช่วยตำรวจ” พ.ต.อ.เติมเผ่ากล่าว

พ.ต.อ.เติมเผ่ากล่าวต่อว่า พร้อมจะชี้แจงทั้ง 3 ประเด็นที่ถูกกล่าวหา เรื่องแรกถูกกล่าวหาว่าหักเบี้ยเลี้ยงลูกน้อง ในเรื่องนี้มีปัญหามานานแล้ว พูดกันมา 3-4 เดือน คือด่านมั่นคงจะมีเบี้ยเลี้ยงให้ลูกน้อง ตนถูกผู้บังคับบัญชาสั่งมาให้ไปดูแลเบี้ยเลี้ยงของลูกน้องด้วย จะมีเงินให้หรือไม่ให้ไม่รู้ ต้องไปจัดการเรื่องเบี้ยเลี้ยงให้ลูกน้องมีข้าวกินมาโดยตลอด ผมต้องดูแลลูกน้องมื้อละ 3,000 บาท แล้วผมจะไปเอาเงินที่ไหน ดีที่มีคนช่วยเหลือในรอบแรก เมื่อมีปัญหาร้องเรียนขึ้นมาผู้บังคับบัญชาก็สั่งให้หยุด หลังจากนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย ได้ไปบอกกับทางร้านเนื่องจากเห็นว่าปกติทางร้านส่งอยู่ 30-40 กล่อง แต่เด็กมีแค่ 10 คน เลยไปสั่งลดจำนวนข้าวกล่อง ยอมรับว่าเกิดความผิดพลาด เพราะไม่ได้ดูค่าอาหาร ข้าวมา 30 กล่องปริมาณอาหารมันเยอะ แต่เมื่อลดจำนวนลง ข้าวที่เขาส่งมาให้ก็ลดไปด้วย ยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดที่ไม่ได้ดูปริมาณอาหาร แต่ดีที่เด็กมาบอกว่า 50 บาทมีปริมาณอาหารแค่นี้หรือ จึงไปต่อว่าทางร้าน สิ่งที่ผิดพร้อมยอมรับ ไม่เคยโต้แย้ง ก็จบกันไปเรื่องนี้ แต่คงยังนำมาพูดกันเหมือนเดิม

Advertisement

พ.ต.อ.เติมเผ่ากล่าวอีกว่า ประเด็นที่สองเรื่องเบี้ยเลี้ยงสวัสดิการลูกน้องและเงินค่าพัสดุ ไม่อยากจะพูดว่าคนในเป็นคนไปบอกข้อมูล เรื่องมีอยู่ว่าเงินโอทีจะให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาที่ปฏิบัติหน้าที่ธุรการแล้วไม่มีเงินประจำตำแหน่ง จะเบิกให้กับเขา มีอยู่ประมาณ 10 คน จากนั้นมีคนมาร้องเรียนบอกว่าเงินก้อนนี้เบิกให้กับตำรวจที่ทำหน้าที่ธุรการไม่ได้ ต้องเบิกให้กับชุดพนักงานสอบสวน จึงสั่งลูกน้องว่า คนที่ไม่มีเงินประจำตำแหน่งเดือนกุมภาพันธ์ให้มาทำงานจะออกคำสั่งให้ มาทำงานให้คนที่ร้องเรียนเห็นจะได้เซ็นเบิกให้ได้ จากนั้นมีคนมาทำเรื่องเบิกพัสดุบอกว่าเงินสำหรับซื้อพัสดุกำลังจะหมดแล้ว มีคนเสนอว่าให้ไปเอาเงินโอทีของลูกน้องจะมาใช้เป็นค่าพัสดุ ตนไม่เบิกเงินโอทีให้ลูกน้อง แล้วจะให้เอาเงินโอทีมาเบิกเป็นเงินค่าพัสดุอีก แล้วคนที่ไม่ได้โอทีเขาจะคิดอย่างไร ก็โดนโจมตีว่าผู้กำกับอมเงิน ไม่ยอมเบิกค่าโอทีให้ เลยบอกให้ไปหาเงินจากส่วนอื่นที่จะเบิกได้ หลังจากนั้นเขาก็หายไป

พ.ต.อ.เติมเผ่ากล่าวด้วยว่า ประเด็นที่สามพูดไปหลายครั้งแล้วเรื่องรถ เจ้าของกรรมสิทธิ์กับผู้ครอบครองมีสิทธิจะมาขอคืน แต่หากมีการโต้แย้งกันต้องรอศาลสั่ง ตอนแรกไฟแนนซ์สงสารผู้ครอบครองรถไม่อยากดำเนินคดี เพราะบางส่วนผู้ครอบครองรถจะมี 3 เดือน 6 เดือน อยากจะเจรจา แต่มีคนมาล้มโต๊ะ มีคนมากดดันทำให้เกิดปัญหา ทางไฟแนนซ์ถือว่าเขาเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้ดำเนินการตามกฎหมายเข้ามาแจ้งความ เรื่องนี้ต้องว่ากันไป ถามว่าตนผิดหรือ เข้าข้างไฟแนนซ์หรือ จะไปเข้าข้างไฟแนนซ์ทำไม เพราะไฟแนนซ์ไม่ได้ร้องเรียนตน ไฟแนนซ์ไม่ได้ฟ้องแพ่งตน แต่หลังล้มโต๊ะเจรจา ตนและพนักงานสอบสวนที่เสียชีวิตโดนไฟแนนซ์ฟ้องแพ่งเหมือนกัน ตอบคำถามได้ไหมครับว่าตนเข้าข้างไฟแนนซ์หรือยึดหลักการ ยึดตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาอย่างเดียวว่าเมื่อเราทำถูกกฎหมาย เราก็ต้องทำ ใครจะมาทำอะไรเรา เราไม่สนใจ เขาอาจใช้โอกาสเป็นเรื่องของเขา อยากฝากว่าให้ดูพฤติการณ์กันต่อไป ไม่อยากจะพูดถึง อยากขอให้จบลงตรงนี้ทุกอย่าง

“ผมเอง ผมถือว่าผมทำดี ผมถึงไม่กลัวใคร ใครไม่สามารถมากดดันผมได้ ถ้าเป็นคนที่ทำไม่ถูกต้อง แต่ถ้าคนทำถูกต้อง ผมยินดีรับใช้” พ.ต.อ.เติมเผ่ากล่าว

พ.ต.อ.เติมเผ่ากล่าวถึงเหตุที่ทำให้ ร.ต.อ.ทวียิงตัวตาย ว่า ปมหลักคงไม่ได้มาจากเรื่องการทำคดียึดรถจำนำ 204 คัน ที่มีการกล่าวหาว่าตนไปเร่งรัดคดี เพราะก่อนเกิดเหตุไม่ได้พบหรือพูดคุยกับ ร.ต.อ.ทวีมา 5 วันแล้ว หากจะกล่าวหาว่าไปเร่งรัดคดีกดดันจนเป็นเหตุให้ ร.ต.อ.ทวีเสียชีวิตนั้น คงไม่ใช่ และเพิ่งทราบจากฝ่ายสืบสวนว่าก่อนเกิดเหตุ 1 วัน พนักงานสอบสวนที่ทำคดีฉ้อโกงเงิน 2 ล้านบาทคนเก่าจะโอนคดีมาให้ ร.ต.อ.ทวีดำเนินการต่อ และในคืนนั้นมีการพูดคุยกันจนถึงเวลา 02.00 น. ประกอบกับก่อนเกิดเหตุ ร.ต.อ.ทวีทะเลาะกับภรรยาด้วย ในวันแรกให้เงินส่วนตัวไป 20,000 บาท เพื่อช่วยในการส่งศพกลับไปภูมิลำเนา พร้อมทั้งสั่งพวงหรีด ก็เลือกสั่งให้เขาทำให้ดีๆ ขอถามหน่อยอย่างนี้ไม่รักลูกน้องหรือ