อบต.คลองขามระบุคดีมีไม้หวงห้ามส่อไม่โปร่งใส ผญบ.ยัน 3 พี่น้องบริสุทธิ์

 

วันที่ 20 กรกฎาคม ความคืบหน้ากรณี 3 พี่น้องพร้อมชาวบ้านได้ร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับนายก อบต.คลองขาม หลังออกไปเก็บเศษไม้แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมข้อหามีไม้หวงห้ามครอบครอง ซึ่งทั้งสามมองว่าถูกกลั่นแกล้ง พร้อมร้องขอให้ตรวจสอบและรื้อฟื้นคดีใหม่นั้น ล่าสุด นายวิทยา บุญตาโลก นายก อบต.คลองขาม ในฐานะที่ปรึกษาศูนย์ยุติธรรมตำบลคลองขาม อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังได้รับการร้องทุกข์และร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ตรวจสอบหลักฐานการจับกุมดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยางตลาด พร้อมลงพื้นที่พิสูจน์หลักฐานสาเหตุของปัญหา ที่ตอต้นพะยูงในบริเวณป่าช้าท้ายหมู่บ้าน ที่สามพี่น้องเข้าไปเก็บเศษไม้มาทำฟืนเผาถ่าน และไปที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กส.1 (ดงมูล) ต.คำใหญ่ อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรักษาของกลาง เพื่อร่วมพิสูจน์ไม้ของกลางกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ซึ่งได้พบความผิดปกติหลายประการ ซึ่งส่อถึงความไม่โปร่งใสในการทำสำนวนของเจ้าหน้าที่ จึงจะได้เตรียมทำหนังสือร้องทุกข์ ไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับสามพี่น้องโดยเร็ว

นายวิทยากล่าวอีกว่า หนังสือร้องทุกข์ที่กำลังรวบรวมนี้ จะนำไปยื่นต่อสำนักงานคุมความประพฤติ จ.กาฬสินธุ์ เรือนจำ จ.กาฬสินธุ์  และ อัยการ จ.กาฬสินธุ์ เพื่ออุทธรณ์และเลื่อนระยะเวลาส่งฟ้องคดีของสามพี่น้องตามความเหมาะสม  โดยมั่นใจว่าสามพี่น้องไม่ได้มีเจตนาที่จะกระทำผิดกฎหมาย เพราะเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาไร้ที่ทำกิน หาเช้ากินค่ำไม่ได้ลอบตัดหรือขนย้ายไม้พะยูงไปแปรรูปหรือครอบครอง ซึ่งทุกคนต่างยืนยันเป็นเศษปลายไม้แห้งๆ ผุๆ แต่หลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ประกอบสำนวนแจ้งข้อหา กลับเป็นไม้ท่อนที่มีขนาดใหญ่ถึง 10 ท่อน ซึ่งผู้ใหญ่บ้านที่อนุญาตให้เข้าไปเอาไม้ก็ยืนยันว่าของกลางที่เห็นเป็นท่อนๆ นี้ไม่ใช่เศษไม้ในป่าช้า เมื่อเป็นอย่างนี้จึงเป็นเรื่องที่ตนเองก็ยอมไม่ได้

201607201138503-20041021173804

Advertisement

 

ขณะที่นายวิชัย ภูวาดสาย ผู้ใหญ่บ้านโต้น หมู่ 5 ต.คลองขาม อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวคณะกรรมการหมู่บ้านได้ประชาคมประชุมกันและมีมติให้ชาวบ้านที่มีฐานนะยากจน ไม่มีที่ทำกินสามารถเข้าไปในป่าช้าเก็บเศษไม้มาทำฟืน และเผาถ่านใช้ในครัวเรือนได้ ส่วนการเก็บไม้ก็เพียงเศษไม้ผุพัง ไม่สามารถแปรรูปได้นอกจากทำฟืน เพราะลำต้นไม้พะยูงนั้นถูกคนร้ายลักลอบตัดหรือแต่ตอไปนานแล้วตั้งแต่ปี 2556 จึงไม่เข้าใจว่าทำไมชาวบ้านจึงมาถูกจับ ยืนวันว่าไม้ของกลางที่สามพี่น้องเก็บมาทำฟืนและเผาถ่านที่เจ้าหน้าที่ยึดไว้และนำมาเป็นของกลางนั้นไม่ใช่ไม้ที่สามพี่เก็บมา เพราะเห็นกับตาแล้วว่าไม้ที่เหลืออยู่ในป่าช้าเป็นเศษกิ่งไม้

อย่างไรก็ตาม นายวิทย ระบุว่าในการเดินสายยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมนั้น นอกจากจะยื่นต่อสำนักงานควบคุมความประพฤติ จ.กาฬสินธุ์,  เรือนจำ จ.กาฬสินธุ์  และอัยการ จ.กาฬสินธุ์แล้ว ยังจะทำหนังสือขอความเป็นธรรมไปยื่นต่อ สภ.ยางตลาด ซึ่งเป็นเจ้าของคดี รวมทั้ง พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล ผู้บัญชาการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ และ พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 อีกด้วย ทั้งนี้ เพื่อขอให้มีการรื้อคดีใหม่ โดยจะเริ่มดำเนินการยื่นหนังสือตั้งแต่วันพรุ่งนี้ 21 ก.ค. เป็นต้นไป

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image