ชาวม่วงงามยื่นฟ้องศาลปกครองสงขลา ค้านก่อสร้างเขื่อนกันคลื่น

14.05.20 | 12:30 น.

ตัวแทนชาวบ้านกลุ่มคัดค้านการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นหาดม่วงงาม อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เดินทางเข้ายื่นฟ้องต่อศาลปกครองสงขลา หลังส่วนราชการเพิกเฉยต่อคำร้องขอให้ยุติการก่อสร้างโครงการเอาไว้ก่อนเนื่องจากหาดแห่งนี้ไม่มีปัญหาการกัดเซาะ จึงไม่สมควรที่จะต้องก่อสร้างเขื่อนใด

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 14 พฤษภาคม ตัวแทนชาวบ้าน ในพื้นที่ตำบลม่วงงาม อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ร่วมกันลงรายชื่อสนับสนุนการฟ้องคดีจำนวน 541 คน โดยมี น.ส.เปรมชนัน บำรุงวงค์ ผู้ฟ้องคดีที่ 1 นายพิสัน แก้วมณี ผู้ฟ้องคดีที่ 2 นางจรรยาพร บูรณะ ผู้ฟ้องคดีที่ 3 นายวีระพงศ์ เด็นมุหมัด ผู้ฟ้องคดีที่ 4 นายวิโรจน์ สนตอน ผู้ฟ้องคดีที่ 5 ยื่นเรื่องฟ้องต่อศาลปกครองสงขลา

เพื่อขอให้ยุติดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมชายหาดม่วงงามในตำบลม่วงงาม โดยได้ยื่นฟ้อง กรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และกรมเจ้าท่าเป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ทั้งนี้สืบเนื่องจากกรมโยธาธิการได้ดำเนินการโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมชายฝั่งทะเลพร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ชายฝั่งหมู่ 7 8 และ 9 รวมระยะทาง 2665 เมตร

โดย น.ส.เปรมชนัน กล่าวว่า การฟ้องดังกล่าวนั้นชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งเป็นผู้ฟ้องคดีมีความเห็นว่าโครงการนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายทั้งเชิงเนื้อหาและเชิงกระบวนการ อีกทั้งยังไม่ได้ มี การให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนและไม่มีกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจโครงการอย่างเพียงพอและรอบด้าน

โดยขอให้ศาลพิจารณาว่าโครงการนี้นั้นเป็นโครงการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและให้ยกเลิกการดำเนินการโครงการทั้งหมด ให้ผู้ถูกฟ้องทั้งสองร่วมกันรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างต่างโครงโครงการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลพร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ ที่ได้ดำเนินการไปแล้วออกจากชายหาดม่วงงามและให้ปรับสภาพพื้นที่ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติด้วยงบประมาณของผู้ถูกฟ้องคดีเอง

ทั้งนี้โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลเข้าข่ายต้องประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือจัดทำรายงานการศึกษาการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ EIA ตามกฎหมายเนื่องจากโครงการนี้นั้นมีลักษณะเป็นการสร้างโครงสร้างแข็งยื่นลงไปในทะเลที่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อทะเลชายหาดและส่งผลให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งในด้านหน้าของโครงการ

Advertisement

จากบทเรียนในประเทศและต่างประเทศพบว่าการดำเนินการโครงการดังกล่าวนั้นได้ทำให้พื้นที่ชายหาดด้านหน้ากำแพงกันคลื่นหายไปเกิดการกัดเซาะชายฝั่งในด้านท้ายน้ำเป็นเหตุให้ต้องก่อสร้างกำแพงกันคลื่นต่อไปเรื่อยๆ ถึงแม้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมได้ถอดถอนกำแพงกันคลื่นออกจากโครงการที่ต้องจัดทำ EIA แต่เนื่องจากในทางกฎหมายนั้น

การดำเนินการโครงการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจำเป็นต้องคำนึงถึงหลักพึงระวังไว้ก่อนเพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นโดยต้องทำการศึกษาผลกระทบอย่างรอบคอบรอบด้านดังนั้นการดำเนินการโครงการดังกล่าวจะต้องประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรือ EIA

นอกจากนั้นโครงการดังกล่าวยังไม่ได้ ขออนุญาตหรืออนุมัติตามกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้องก่อนการดำเนินโครงการอันได้แก่การขออนุญาตเจ้าท่าเพื่อดำเนินการก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำและการขออนุญาตเปลี่ยนแปลงสภาพที่ดิน

ทั้งนี้โครงการนี้หากดำเนินการแล้วเสร็จจะทำให้ชายฝั่งทะเลม่วงงามเกิดการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชายฝั่งทะเลจะหายไปเกิดการกัดเซาะชายฝั่งในด้านเหนือของโครงการซึ่งจะทำให้ชาวม่วงงามและพื้นที่ใกล้เคียงที่เคยอาศัยใช้ประโยชน์หาดทรายในการนันทนาการการประมงริมชายฝั่งไม่สามารถที่จะดำเนินตามวิถีชีวิตปกติได้ทั้งยังจะเป็นการซ้ำเติมปัญหาทำให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ชายหาดใกล้เคียงซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญของผู้ฟ้องคดีทั้ง 5 ในการออกมาปกป้องชายหาดม่วงงาม