ดีเอสไอรวบสมาชิก อบต.กองดิน แอบอ้างเป็นผอ.กองสลาก ขายเลขล็อกให้ปชช.

15.05.20 | 15:21 น.

ดีเอสไอรวบสมาชิก อบต.กองดิน แอบอ้างเป็น ผอ.กองสลาก ขายเลขล็อกให้ ปชช.

ดีเอสไอรวบสมาชิก อบต.กองดิน แอบอ้างเป็น ผอ.กองสลาก ขายเลขล็อกให้ ปชช. ค้นบ้านเจอหลักฐานชัด มัดแน่นใช้ที่ทำงานเป็นฐาน ด้าน ผอ.กองสลากยันออกรางวัลโปร่งใส ไม่ขายเลขล็อก

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.บุญส่ง จันทรีศรี ผอ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยถึงข่าวการจับกุมตัวนายวาทิน มุกดา สมาชิก อบต.กองดิน จ.ระยอง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีพิเศษที่ 62/2562 ข้อหาฉ้อโกง มีพฤติการณ์อ้างเป็น ผอ.สำนักงานสลากกินแบ่งฯหลอกให้ประชาชนโอนเงินซื้อเลขล็อกมูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท


พ.ต.ท.ปกรณ์กล่าววว่า คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร้องขอให้ดีเอสไอสืบสวนสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มขบวนการที่แอบอ้างสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลหลอกลวงประชาชน ว่ามีเลขที่จะออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลล่วงหน้า โดยมีการสร้างเอกสาร ให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และระบุเลขที่อ้างว่าจะออกรางวัลประกอบการหลอกลวง จนประชาชนหลงเชื่อจ่ายเงินค่าซื้อเลขดังกล่าวให้กลุ่มคนร้าย และมีผู้ได้รับความเสียหายจำนวนมาก กระจายตัวทั่วประเทศ

Advertisement

พ.ต.ท.ปกรณ์ยังกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาเมื่อช่วงระหว่าง ปี พ.ศ.2555-2557 ดีเอสไอได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในลักษณะดังกล่าวและสามารถทลายเครือข่ายผู้กระทำความผิดมาแล้ว 3 เครือข่าย รวมผู้ต้องหาจำนวน 7 ราย แต่ก็ยังมีกลุ่มเครือข่ายอื่น ๆ ลักลอบกระทำผิดอยู่ จนภายหลังดีเอสไอได้บูรณาการข้อมูลกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล อย่างไรก็ตามในส่วนของผู้ต้องหารายล่าสุด คือนายวาทิน พบว่าเป็นเครือข่ายที่มีความเชื่อมโยงกับแก๊งคนร้ายที่ถูกจับก่อนหน้านี้ ขณะนี้มีผู้เสียหายมาร้องทุกข์กับดีเอสไอ 20 ราย มูลค่าความเสียหาย 20 ล้านบาท แต่เชื่อว่ามีผู้เสียหายมากกว่านี้ อาจจะอายไม่กล้าเข้ามาร้องทุกข์ ถ้าผู้เสียหายต้องการร้องทุกข์เพิ่มเติมสามารถแจ้งความจำนงที่ศูนย์รับเรื่องในแต่ละภูมิภาค และเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปราม ตรวจค้นบ้านพักผู้ต้องหาและเครือข่ายพร้อมกันจำนวน 4 จุด พบหลักฐานสำคัญหนังสือคือ รูปแบบหนังสือของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ระบุชื่อ พันตำรวจเอก บุญส่ง จันทรีศรี ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
เป็นผู้ออกหนังสือ และหลักฐานอื่น ๆ อีกจำนวนมาก โดยนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดี

“ในอดีตจะมีผู้หาข้อมูลชื่อและที่อยู่เพื่อจ่ายหน้าซองไปให้ผู้เสียหาย โดยจะได้รับค่าจ้าง 50 สตางค์ต่อชื่อ ซึ่งในแต่ละงวดจะส่งจดหมายไปให้ผู้เสียหายงวดละ 1 หมื่นชื่อ สำหรับผู้ที่ได้รับจดหมายอ้างจากกองสลากฯ อาจจะมีผู้ที่ถูกรางวัลจริง ซึ่งคนร้ายจะอ้างให้เลขที่ตรงกับรางวัลที่ออก คนร้ายจะรีดเงินจากผู้ที่ถูกรางวัล โดยอ้างว่าหากโอนเงินให้งวดต่อไปจะให้เลขล็อกอีก” พ.ต.ท.ปกรณ์กล่าว

พ.ต.ท.ปกรณ์กล่าวต่อว่า สำหรับพฤติการณ์ของผู้ต้องหานั้นจะจัดทำเอกสารที่เป็นรูปแบบหนังสือของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ระบุชื่อ พันตำรวจเอก บุญส่ง จันทรีศรี ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นผู้ออกหนังสือ มีเนื้อหาว่าสามารถล็อกเลขรางวัลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ จากนั้นจะส่งจดหมายหลอกลวงไปยังประชาชนทั่วประเทศ พร้อมทั้งระบุหมายเลขเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อคำกล่าวอ้าง จะติดต่อมายังผู้ต้องหา และผู้ต้องหาจะแสดงตนเป็น พ.ต.อ.บุญส่ง และให้ผู้เสียหายโอนเงินไปเข้าบัญชีที่ผู้ต้องหาแจ้งไว้ และแจ้งหมายเลขรางวัลที่หลอกลวงว่าล็อกได้ให้กับผู้เสียหายทราบเพื่อไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล แต่ไม่ถูกรางวัลตามที่กล่าวอ้าง

ด้านพ.ต.อ.บุญส่ง กล่าวว่า คนร้ายมักจะส่งจดหมายให้ประชาชนหลังจากออกรางวัลแล้ว เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าตัวเลขที่ระบุในจดหมายเป็นที่ถูกล็อกมาจากกองสลาก หากดูเพียงผิวเผินจะทำให้ชาวบ้านหลงเชื่อโทรศัพท์ไปขอเลขจากคนร้าย ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (16 พ.ค.) กองสลากฯ จะทำการออกรางวัลประจำงวดวันที่ 1 เม.ย.63 จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ขอยืนยันว่ากองสลากฯ การออกรางวัลเป็นไปอย่างโปร่งใส มีคณะกรรมการและบุคคลภายนอกเป็นผู้ออกรางวัล ไม่มีใครรู้ว่ารางวัลต่างๆ จะออกเลขอะไรบ้าง และไม่มีใครล็อกเลขได้ จึงขอเตือนประชาชนให้ระวังไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มคนร้าย

รายงานข่าวระบุว่า จากการตรวจสอบความเชื่อมโยงการติดต่อสื่อสารพบว่าคนร้าย พบมีการให้บุคคลอื่นมาเปิดบัญชีให้การโอนเงิน จากนั้น เจ้าหน้าที่อบต.รายดังกล่าวจะเป็นผู้มากดเงิน ซึ่งดีเอสไอได้สืบสวนสะกด ตรวจเช็กเลขทะเบียนรถยนต์กระบะที่ชายต้องสงสัยขับมากดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม อ.แกลง จ.ระยอง นั้นเป็นของเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเป็นผู้ครอบครอง และจากการตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ที่โทรไปยังผู้เสียหายนั้น มีการใช้งานประจำในพื้นที่ ต.กองดิน อ.แกลง จ.ระยอง