เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 22 กรกฎาคม ที่ห้องพิจารณา 708 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหมายเลขดำ อ.2930/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายเอนก สิงขุนทด จำเลยที่ 1 ซึ่งตาซ้ายบอดสนิท ตาขวาเห็นเลือนราง เนื่องจากได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ระเบิดหน้าพรรคภูมิใจไทย จำเลยที่ 1, นายเดชพล พุทธจง จำเลยที่ 2, นายกำพล คำคง จำเลยที่ 3, นายกอบชัย หรืออ้าย บุญปลอด จำเลยที่ 4, นางวริศรียา หรืออ้อ บุญสม จำเลยที่ 5 และนายสุริยา หรืออ้วน ภูมิวงษ์ จำเลยที่ 6 ในความผิดฐานร่วมกันทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์, วางเพลิงเผาทรัพย์โรงเรือน, ทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่ทรัพย์ฯ, พาอาวุธไปในเมืองโดยไม่มีเหตุสมควรฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218, 221, 222, 371 และร่วมกันทำวัตถุระเบิด และมีวัตถุระเบิดที่ออกใบอนุญาตไม่ได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธ(วัตถุระเบิด)ไปในเมืองฯ โดยไม่มีเหตุสมควร ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 4, 38, 74
ในชั้นพิจารณา นายเอนก จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ส่วนจำเลยที่ 2- 6 ให้การปฏิเสธ ศาลจึงได้แยกสำนวนพิจารณา
โดยฟ้องโจทก์ บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างต้นเดือนมิถุนายน – 22 มิถุนายน 2553 ต่อเนื่องกัน นายเดชพล พุทธจง, นายกำพล คำคง, นายกอบชัย หรืออ้าย บุญปลอด, นางวริศรียา หรืออ้อ บุญสม และนายสุริยา หรืออ้วน ภูมิวงษ์ จำเลยที่ 2-6 ซึ่งแยกพิจารณาคดี ร่วมกันผลิตหรือทำวัตถุระเบิด และร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่ทำขึ้นโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และจำเลยกับพวก ยังร่วมกันทำให้เกิดการระเบิดขึ้น โดยนายอเนก จำเลยที่ 1 เป็นผู้เข็นรถเข็นผลไม้ (เงาะ) ที่ซุกซ่อนระเบิดไว้ เข็นผ่านไปทางด้านหลังของอาคารที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ตั้งอยู่ใกล้ซอยพหลโยธิน 43 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ก่อนเกิดระเบิดขึ้น เป็นเหตุให้ผนังด้านหลังอาคารพรรคภูมิใจไทย แตกเสียหาย ขณะเดียวกันแรงระเบิดยังทำให้นายอเนก ตาบอดทั้งสองข้าง นอกจากนี้เพิงโรงเรือนร้านค้าขายอาหารตามสั่งของนายแถม ตรุพิมาย ถูกแรงระเบิดเสียหายพังทั้งหลัง ค่าเสียหายเป็นเงิน 50,000 บาท รถยนต์ ทะเบียน ธต7963 กรุงเทพมหานคร ของ ว่าที่ ร.ต.ภูมิรัตน์ นาคอุดม ได้รับความเสียหาย เป็นเงิน 40,000 บาท
ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่า ที่ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิดมานั้น เหมาะสมกับพฤติการณ์แล้ว แต่พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะความผิดฐานทำให้เกิดระเบิดเป็นอันตรายต่อทรัพย์สินฯ และสถานที่ประชุม ตาม ม.222 และ 218 นั้น ให้จำคุกตลอดชีวิต รับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 25 ปี แต่เมื่อรวมโทษอื่นฐานมีวัตถุระเบิดและพกพาไปในที่สาธารณะแล้วให้จำคุกจำเลยทั้งสิ้น 27 ปี 6 เดือน และปรับ 50 บาท
เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้ควบคุมตัว นายเอนก จำเลย ไปยังเรือนจำเพื่อรับโทษตามคำพิพากษาต่อไป โดยก่อนหน้านี้นายเอนก เคยถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดีมาแล้ว 5 ปี 2 วัน
นายเอนก กล่าวว่า รู้สึกเสียใจและยอมรับในความผิดกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ที่ทำไปเพราะถูกชักชวนและความหลงผิดซึ่งกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว แต่ถ้าย้อนกลับไปได้ก็คงจะไม่ก่อเหตุดังกล่าว
“หลังจากนี้ก็จะต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตในเรือนจำ อยากฝากเตือนสติคนที่เกี่ยวข้องกับความวุ่นวายทางการเมืองให้ดูเป็นตัวอย่าง” นายอเนก กล่าวและว่า สำหรับอาการบาดเจ็บที่ดวงตานั้น ก็ได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่รัฐ แพทย์และพยาบาลที่ให้การรักษาเป็นอย่างดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับจำเลยร่วมในคดีนี้อีก 5 คน คือ นายเดชพล พุทธจง, นายกำพล คำคง, นายกอบชัย หรืออ้าย บุญปลอด, นางวริศรียา หรืออ้อ บุญสม และนายสุริยา หรืออ้วน ภูมิวงษ์ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กลุ่มที่ว่าจ้างนายเอนก ที่แยกพิจารณาสำนวนเป็นคดีหมายเลขดำ อ.1007/2556 ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธสู้คดีนั้น คดีอยู่ระหว่างฎีกา
โดยศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก จำเลยที่ 1- 3 คนละ 6 ปี 8 เดือนและปรับ 66.66 บาท ส่วนจำเลยที่ 5 คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน และให้ยกฟ้องนางวริศรียา หรืออ้อ จำเลยที่ 4 แต่ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2558 แก้เป็นว่าให้จำคุกนายเดชพล, นายกำพล, นายกอบชัย จำเลยที่ 1-3 คนละ 4 ปี และปรับคนละ 66.66 บาท ส่วนนางวริศรียา จำเลยที่ 4 ที่ถูกยกฟ้องนั้น ก็ให้จำคุก 4 ปี และปรับคนละ 66.66 บาท
ส่วนนายสุริยา จำเลยที่ 5 จำคุก 2 ปี 8 เดือน แต่ปัจจุบันนายสุริยา จำเลยที่ 5 ถูกศาลออกหมายจับ และสั่งปรับนายประกัน 500,000 บาท เพราะไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา เชื่อว่ามีพฤติการณ์หลบหนี

