รมว.ยธ. ทดลองใช้เครื่องมือพิเศษ เจาะเครือข่ายนักค้า ตั้งเป้ายึดทรัพย์กว่า 700 ล./ปี

รมว.ยธ. ทดลองใช้เครื่องมือพิเศษ เจาะเครือข่ายนักค้า ตั้งเป้ายึดทรัพย์กว่า 700 ล./ปี

รมว.ยุติธรรม ทดลองใช้เครื่องมือพิเศษ เจาะเครือข่าย นักค้า ตั้งเป้ายึดทรัพย์ได้มากกว่า 700 ล.บาทต่อปี ลั่นหากดีจริง เตรียมชง ครม. จัดหามาใช้งาน ยันไม่คุ้มค่าไม่ซื้อให้เปลืองงบแน่นอน

เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่กระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงการใช้เทคโนโลยี มาช่วยปราบปรามยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติด ว่า ขณะนี้ได้นำเครื่องมือพิเศษในการสืบค้นข้อมูลมาใช้แล้วโดยขอยืมซอฟแวร์ และเซิร์ฟเวอร์จากบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีมาทดลองใช้ระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 3-6 เดือน

เพื่อตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน หาความเชื่อมโยงระหว่างผู้ค้ายาเสพติด แล้วนำไปสู่การยึดทรัพย์และตัดวงจรยาเสพติด เวลานี้ทดลองใช้เครื่องมือพิเศษดังกล่าวมาประมาณ 2-3 วัน ถือว่าผลออกมาค่อนข้างดี มีโอกาสที่จะแก้ปัญหาได้

นายสมศักดิ์ ยังอีกว่า งบบูรณาการปราบปรามยาเสพติดต่อปีใช้เงินถึง 5,200 ล้านบาท เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. ตำรวจ ทหาร สาธารณสุข มหาดไทย ดำเนินการ แต่ในทางกลับกันสามารถยึดทรัพย์ต่อปีได้เพียง 700-800 ล้านบาทเท่านั้น หากเป็นการลงทุนถือว่าขาดทุนมหาศาล หากระยะเวลาสั้นๆ ที่เราทดลองใช้เครื่องมือพิเศษแล้วได้ผลงานที่น่าพอใจ สามารถยึดทรัพย์ได้มากกว่าเดิมหลายเท่าตัว ตนอาจจะพิจารณาทำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำเครื่องมือตัวนี้มาใช้อย่างเต็มระบบ

“เวลานี้เราทดลองใช้เพียง 1 ยูสเซอร์ แต่หากเต็มระบบจะใช้ได้ประมาณ 8 ยูสเซอร์ ขณะนี้เราเสียเงินค่าบำรุงรักษาให้กับบริษัทที่ยืมมาทดลองใช้เท่านั้น จากนี้ต้องดูสถิติเปรียบเทียบระหว่างก่อนใช้และหลังการใช้งาน หากโชว์ผลงานให้เห็นว่ามีแล้วดีและคุ้มค่า ยึดทรัพย์ได้มากกว่าเดิมหลายเท่าตัว ผมจะทำเรื่องขอนุมัติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอจัดซื้อ แต่ต้องย้ำว่าผลงานต้องดีจริงๆ เพราะหากไม่ดีและไม่คุ้มค่าผมจะไม่ทำเรื่องจัดซื้ออย่างแน่นอน” นายสมศักดิ์ฯ กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับเครื่องมือพิเศษในการสืบค้นข้อมูล ที่กระทรวงยุติธรรมนำมาทดลองใช้นั้น เป็นลักษณะ โปรแกรม COB web เครือข่ายใยแมงมุมใช้ตรวจจับวิเคราะห์ความเชื่อมโยงบุคคล จากระบบออนไลน์ และ โซเชียลมีเดีย ว่าตัวตนที่แท้จริงเป็นใคร อยู่ที่ใดมีการเปิดบัญชีธนาคารในชื่อใดบ้าง เนื่องจากช่วงหลังกลุ่มนักค้าจะเปลี่ยนรูปแบบมาใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียในการซื้อขายยาเสพติด ทั้งนี้สำหรับงบประมาณเบื้องต้นราคาประมาณ 56 ล้านบาท แต่หากมีการพัฒนาโปรแกรมให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นงบประมาณก็จะปรับขึ้นตามระบบการใช้งาน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘กมธ.ดีอีเอส’ เตรียมเชิญ ‘เอไอเอส-กสทช.-ก.ดิจิทัลฯ’ แจงข้อมูลลูกค้ารั่ว 8 พันกว่าล้านรายการ 
บทความถัดไปGET จับมือ เดอะมอลล์ และไทยพาณิชย์ เปิดตัว “GET FOODHALL” ส่งทุกความอร่อยจากห้างฯดัง ในออเดอร์เดียว