ผบ.ภ.4 ลงอ.ชุมแพ ตามเหตุฉีกเผาบัญชีรายชื่อ ฮึ่มเอาผิดให้ได้ ชี้เป็นปฏิปักษ์ต่อประชามติ

22.07.16 | 18:35 น.

วันที่ 22 กรกฎาคม 2559  ที่ ศาลาประชาคม ชุมชนใหม่สามัคคี ม.10 บ.ใหม่สามัคคี เขตเทศบาลเมืองชุมแพ ต.ไชยสอ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นหน่วยลงคะแนนเสียงประชามติ หน่วยที่ 36 พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ  ผู้บัญชาการภาค 4 พร้อมด้วย พล.ต.ต. จตุพล ปานรักษา. รองผู้บัญชาการภาค 4  นายพันธ์เทพ เสาโกศล นายอำเภอชุมแพ และ พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.ชุมแพ และกำลังทหารจากค่าย มหาศักดิพลเสพ ร.8 พัน 2ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหลัง มีมือมืดลอบฉีกเผาผู้มีรายชื่อลงประชามติที่ติดไว้ ในศาลาประชาคมหมู่บ้าน เป็นหน่วยลงคะแนนเสียงประชามติ หน่วยที่ 36 ของเทศบาลเมืองชุมแพ เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 21 ก.ค.2559

พล.ต.ท.บุญเลิศ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่และตรวจดูสภาพโดยรอบแล้ว ความคืบหน้าก็ยังไม่สามารถตอบอะไรได้มากนัก เพราะจากการดูร่องรอยนั้นต้องอาศัย ทางเทคนิคนิติวิทยาศาสตร์ คือรอยนิ้วมือแฝงซึ่งอาจจะติดอยู่กับเอกสารที่เหลือประกอบด้วย ซึ่งจะเห็นว่า มีกล้องวงจรติดอยู่ในซอยและตัวกล้องก็หันมาทางศาลาประชาคม แต่เนื่องจากกล้องวงจรปิดเป็นรุ่นเก่าและยังตั้งอยู่ห่างประมาณ 500เมตร จึงทำให้มองเห็นผู้กระทำผิดเพียงลางๆไม่ชัดเจน และยังต้องฟังจากพยานที่อยู่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ  เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของผู้ไม่หวังดี  ซึ่งคาดว่าจะจับตัวได้ในเร็วๆ นี้ เบื้องต้นได้สั่งให้ทางชุดสืบสวนสอบสวน สภ.ชุมแพ ร่วมกับกองสืบสวนภาค 4 โดย  พล.ต.ต. จตุพล ปานรักษา. รองผู้บัญชาการภาค 4  เร่งสืบสวนหาผู้กระทำผิดในเรื่องนี้  และไม่ยังไม่อยากให้ตีความว่าเป็นเรื่องของการเมือง บางครั้งอาจเป็นพวกไม่หวังดีมาสร้างสถานการณ์ และหากเป็นพวกไม่หวังดีต่อการลงประชามติ และจะเร่งให้ได้ตัวผู้กระทำผิดโดยเร็วถือว่าคนเหล่านี้ทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับการลงประชามติ

201607221622086-20150622173355

นอกจากนี้ พล.ต.ท.บุญเลิศ กล่าวต่ออีกว่า  ในส่วนความเคลื่อนไหวอื่นๆ ของกลุ่มต่างๆ ทางภาค 4 ได้ติดตามอย่างใกล้ชิด กรณีที่ชุมแพหากเราได้ตัวก็จะสามารถโยงไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังได้ ว่ามีเจตนาทำ เพราะฉะนั้นทางเราจึงติดตามทุกกลุ่ม และทุกจังหวัดโดยไม่ได้เน้นหน่วยไดหรือจังหวัดไดเป็นพิเศษ ให้เน้นทุกหน่วยและทุกจังหวัด ทุ่มกำลังเจ้าหน้าที่เต็มที่ โดยเฉพาะชุดเคลื่อนที่เร็วที่คอยรับแจ้งเหตุและเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่งโมง หรือหากมีผู้ต้องสงสัยว่าประพฤติตน หรือทำตัวเป็นปติปักต่อการลงประชามติ และก่อกวนต่อการลงประชามติ จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างแน่นอน