ตำรวจภาค 2 แถลงผลจับ 2 ผัวเมีย พร้อมขบวนการโจรกรรมรถมอ’ไซค์ ของกลางนับ 10 คัน อีกคดีสาวร้องถูกใบสั่งจับความเร็วในจันทบุรี ทั้งที่ไม่เคยมา คาดเป็นรถเถื่อนสวมทะเบียน
วันที่ 28 พ.ค. เวลา 11.00 น. ที่กองบังคับการตำรวจภูธร พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ภ.2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สถียร บุญค้ำ ผบก.ภ.จว.จันทบุรี, พ.ต.อ.พงศรพี รพีถวิลวรรณ ผกก.สภ.เมืองจันทบุรี, พ.ต.อ.เสรี ศิริสวัสดิ์ ผกก.สภ.แหลมสิงห์ และ พ.ต.อ.คมน์สรณ์ มาบำรุง ผกก.สภ.ท่าใหม่และกำลังชุดปราบปรามการโจรกรรมรถ สภ.เมืองจันทบุรี ร่วมกันควบคุมตัว นายสมศักดิ์ เจริญสิทธิ หรือ ตอม อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 ถ.มหาราช ต.ตลาด อ.เมือง จ.จันทบุรี , นางวลัยพร สีนะ อายุ 35 ปี ที่อยู่ 19/2 ตรอกนาวาวิถี ถ.เทศบาลสาย 1 ต.ขลุง อ.ขลุง จ.จันทบุรี
และนายอุดม ภิบาลวงษ์ อายุ 54 ปี อยู่เลขที่ 29 ซอยไผ่ล้อม ต.ยายร้า อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ หรือรับของโจร และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน พร้อมของกลาง รถ จยย. ฮอนด้า เวฟ 110 สีดำแดง ทะเบียน 1 ก 3-8124 จันทบุรี , รถ จยย. ฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 สีดำแดง ทะเบียน ชคว 816 จันทบุรี
รถ จยย. ซุซูกิ ฮายาเต้ สีขาว ทะเบียน ขชค 562 จันทบุรี ,รถ จยย. ฮอนด้า เวฟ 110 ไอ ทะเบียน 1 กฎ 7987 จันทบุรี , รถ จยย.ซูซูกิ ชาร์เตอร์ สีน้ำเงิน ทะเบียน 1 กญ 4401 จันทบุรี และ รถ จยย. ฮอนด้า เวฟ ทะเบียน กต 560 จันทบุรี มาแถลงผลการจับกุมต่อสื่อมวลชน

โดยทาง พล.ต.ท. มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ภ.2 เปิดเผยว่า พฤติการณ์ในคดีครั้งนี้ สืบเนื่องจากทางตำรวจได้รับแจ้งและร้องเรียนจากประชาชน ว่ามีคนร้ายก่อเหตุ โจรกรรมรถ จยย. ในหลายท้องที่ของ จ.จันทบุรี จำนวนหลายสิบคัน และเกิดขึ้นในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน
ต่อมาจากการบูรณาการร่วมของตำรวจภูธรจันทบุรี ทุกภาคส่วน ร่วมเร่งรัดติดตามคดีอย่างรวดเร็ว จนสืบทราบว่า คนร้ายที่ก่อเหตุ ลงมือเป็นกลุ่มขบวนการ ประกอบด้วย นายสมศักดิ์ และ นางวลัยพร 2 สามีภรรยา จะตระเวนไปโจรกรรมรถทั้งกลางวันและกลางคืน บริเวณบ้านเรือนประชาชนและหอพักในเขต อ.เมือง และ อ.แหลมสิงห์
โดยเลือกรถที่เสียบกุญแจคาไว้ จากนั้นจะนำไปขายให้กับนายอุดมา ที่ อ.ท่าใหม่ เพื่อนำไปขายต่อให้บุคคลอื่น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ขยายผลสืบสวนสอบสวนต่อไป
โดยในเบื้องต้นได้แจ้งข้อหา นายสมศักดิ์ หรือตอม ผู้ต้องหาที่ 1 ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน หรือรับของโจร ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ขับรถขณะมีสารเสพติดในร่างกาย ส่วนนางวลัยพร ผู้ต้องหาที่ 2 ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน หรือรับของโจร
และนายอุดม ผู้ต้องหารายที่ 3 ถูกแจ้งข้อหา ลักทรัพย์หรือรับของโจร ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้ ชุดปราบปรามการโจรกรรมรถของ สภ.มะขาม ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ วาพันสุ ผกก.สภ.มะชาม ร่วมกับ พ.ต.อ.ชวลิต ศาสตร์เวช ผกก.กก3 บก.ทล.ได้ร่วมแถลงผลการสืบสวนจับกุมคนร้าย ในกรณีได้รับแจ้งจาก น.ส.ศุภกาญจน์ หวลอ่อน อายุ 52 ปี มีภูมิสำนาอยู่ จ.สมุทรสาครว่า
ได้รับใบสั่งตรวจจับความเร็วของรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีน้ำเงิน ทะเบียน ฌว 5075 กทม.บริเวณทางหลวง 317 (จันทบุรี-สระแก้ว) กม.16 ต.ปัถวี อ.มะขาม จ.จันทบุรี จำนวนหลายครั้ง ตั้งแต่เดือน เม.ย- พ.ค.63 ทั้งที่ไม่เคยเดินทางไปพื้นที่
ต่อมาในวันที่ 26 พ.ค.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถเก๋งคันดังกล่าวจอดอยู่ภายในปั๊มเอสโซ่ พื้นที่ อ.มะขาม จ.จันทบุรี จึงแสดงตัวขอตรวจสอบพบว่าคนขับคือ นายพรเทพ ตุ่นหมื่นไวย อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5/4 ม.2 ต.ปัถวี อ.มะขาม จ.จันทบุรี เป็นพนักงานปั้มน้ำมัน ซึ่งมาแสดงตัวเป็นเจ้าของรถ
เมื่อทางตำรวจตรวจสอบเอกสารรถและป้ายทะเบียน พบว่าเอกสารรถมีความผิดปกติหลายจุด และป้ายทะเบียนที่ติดกับรถ มิใช่ป้ายที่ออกโดยทางราชการ และจากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่ารถคันดังกล่าว นางละออง เตือนบุญล้อม อายุ 36 ปี แฟนของ นายพรเทพ เป็นผู้ซื้อรถยนต์คันดังกล่าวมาจาก นายพิทักษ์ หรือเปี๊ยก ไม่ทราบนามสกุลจริง มีภูมิลำเนาอยู่ จ.จันทบุรี ในราคา 70,00 บาท โดยซื้อขายผ่าน นางลำไย จำปาทอง เมื่อประมาณ เดือน ส.ค. 2561
โดยโอนเงินทั้งหมดผ่านทางธนาคารออมสิน สาขาโรบินสัน อ.เมือง จ.จันทบุรี เข้าบัญชี นางลำไย จำปาทอง จากนั้นจึงไปรับรถของกลางที่ร้าน กำนันน้อยค้าวัสดุ บริเวณตลาด อ.ขลุง จ.จันทบุรี โดยนางลำไยแจ้งว่ารถคันดังกล่าวไม่มีเลขทะเบียนรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ร่วมกันตรวจยึดไว้เพื่อตรวจสอบ พร้อมนำรถของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.มะขาม
ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอฝากเตือนประชาชน กรณีรถหายส่วนใหญ่เกิดจากการเสียบกุญแจรถคาไว้ และไม่ล็อกคอรถ ทำให้เกิดโอกาสในการถูกโจรกรรม

