นครบาลลุยรอถึงชายแดนเชียงแสน กลับไร้เงาสาวลาวคดีนางไก่

22.07.16 | 19:00 น.
วันที่ 22 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวจาก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ชายแดนไทย-สปป.ลาว ว่าได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนและตัวแทนจากกองทุนยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม นำโดย พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ รอง ผบช.น.ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์ เดินทางไปยังพื้นที่ชายแดนเพื่อจะประสานขอพบตัว น.ส.กาบแก้ว หญิงสาวชาว สปป.ลาว ซึ่งอาศัยอยู่ในแขวงบ่อแก้ว ตรงกันข้าม อ.เชียงแสน ให้ไปให้ปากคำกรณีคดีนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ ผู้ต้องหาหลายคดีในขณะนี้ได้เคยแจ้งความให้ดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์แก่ น.ส.กาบแก้ว จำนวน 12 รายการ มูลค่าประมาณ 2.9 ล้านบาท ได้เดินทางกลับภูมิลำเนาในฝั่ง สปป.ลาวไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น
โดยครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้มีการนำเงินกองทุนดังกล่าวประมาณ 100,000 บาทมาใช้เพื่อประกอบการประกันตัว น.ส.กาบแก้วด้วย เพื่อให้สามารถให้ปากคำและสอบถามถึงข้อมูลด้านอื่นๆ หลังจากก่อนหน้านี้มีกระแสสังคมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องว่าอาจมีการกลั่นแกล้งกันเกิดขึ้นและตัวนางมณตาเองก็พัวพันไปถึงอีกหลายคดี ซึ่ง น.ส.กาบแก้วอาจให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อคดีอื่นๆ ได้ด้วย ทางคณะเจ้าหน้าที่ได้มีการประสานงานผ่านบุคคลต่างๆ เพื่อขอให้ น.ส.กาบแก้วข้ามมายังฝั่งไทยที่ สภ.เชียงแสน เบื้องต้นนัดหมายให้พบกันในช่วงสายของวันเดียวกันนี้ แต่ปรากฏว่า น.ส.กาบแก้วไม่ได้เดินทางข้ามมาพบกับเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด
ทั้งนี้ ตามปกติการเดินทางระหว่าง อ.เชียงแสน กับเมืองต้นผึ้ง จะใช้เรือโดยสารเล็กจากท่าเรือเมืองต้นผึ้งมายังท่าเรือ อ.เชียงแสน ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าจุดตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และ สภ.เชียงแสน รวมทั้งติดกับที่ว่าการ อ.เชียงแสนด้วย แต่ปรากฏว่ามีเพียงผู้โดยสารชาวลาวทั่วไปที่เดินทางข้ามฝั่งไปมาตามปกติแต่ไม่มี น.ส.กาบแก้ว ทำให้มีการประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของ สปป.ลาว และมีกระแสว่าถึงขั้นประสานไปยังทางการแขวงบ่อแก้วเพื่อให้ช่วยเกลี้ยกล่อม น.ส.กาบแก้วให้ช่วยมาให้ปากคำด้วย เนื่องจากเจ้าตัวยังไม่ยอมข้ามมาฝั่งไทย ล่าสุดเมื่อมีการประสานกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นแขวงบ่อแก้วในระดับหนึ่งแล้ว คณะของ พล.ต.ต.จารุวัฒน์ได้เดินทางกลับกรุงเทพฯ แล้วเพื่อจะได้นัดหมายกันต่อไป